สุนทรพจน์ประหลาด

                เจ้าสัตว์ใหญ่รู้สึกตัวว่าไม่ค่อยจะได้รับความสบายเท่าใดนัก  ดวงตาทั้งคู่ของมันเป็นประกายวาว  มันเดินงุ่มง่ามไปมาอยู่ในกรงโดยไม่ได้หยุดพักเลย  คล้ายกับรู้ดีว่าจะมีอันตรายบังเกิดขึ้นแก่มัน  ขณะที่กำลังโดยสารไปกับเจ้านกเหล็กซึ่งกำลังลอยอยู่ในอากาศและส่งเสียงคำรามอย่างที่มันไม่เคยได้ยินมาแต่ก่อน   มัน, เจ้าเสือดำก็บังเกิดความกลัวขึ้นมาทันที  มันไม่เคยถอยต่อหน้าศัตรูของมันเลยขณะที่มันอยู่ในป่า  แม้จะเป็นช้างซึ่งเดินผ่านมันไปคล้ายกับว่ามันเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ไม่มีความหมาย  แต่เดี๋ยวนี้ เจ้าสัตว์ใจกล้านั้นกำลังกลัวจนตัวสั่น  มันสั่นด้วยความกลัวเช่นเดียวกับขณะที่มันถูกจู่โจมด้วยตาข่ายของนายพราน  มันร้องคำรามและใช้ตีนฉุดกระชากเพื่อทำลายตาข่ายนั้น  แต่ไร้ผล เพราะว่าตาข่ายมีกำลังเหนือมัน  และสัญชาติญาณสอนมันว่า  ถ้าพบสิ่งใดที่มีกำลังเหนือกว่าละก็หนีให้ห่างไกลที่สุด  และความรู้สึกนั้นกำลังเกิดขึ้นแล้ว  คือมันจะต้องหนีออกจากท้องเจ้านกยักษ์ตัวนี้ให้ได้   และขั้นแรกก็คือ แหกกรงเสียก่อน  โดยใช้วิธีกัดซี่ลูกกรงซึ่งทำด้วยไม้ให้ขาดไป

                เจ้านกยักษ์ ดาโคต้า ซึ่งเพิ่งออกจากเชียงใหม่นี้  มีพนักงานประจำอยู่สองคน  และมีผู้โดยสารมา ๒ คนในเที่ยวนั้น  คนหนึ่งเป็นวิศวกรเหมืองแร่แม่สะเรียง  และอีกคนหนึ่งคือ มนูญ   ด้วยความอ่อนเพลียวิศวกรเหมืองแร่ก็ม่อยหลับไป  และมนูญชายหนุ่มร่างกำยำ  อายุประมาณ ๒๕ ๓๐ ปี  เขาผู้นี้ไม่ได้หลับ และมีท่าทางคล้ายเป็นห่วงอะไรสักอย่างหนึ่ง !  ปกติเขาเป็นคนชอบความสงบและมั่นใจในอาชีพที่เขาได้เลือกแล้วเป็นอย่างดี  แต่ทว่าอาชีพนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีประสาทไม่มั่นคง  เพราะอาชีพของเขาคือเป็นพรานล่าสัตว์ป่า  เป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่เขาจบจากมหาวิทยาลัย  ด้วยปริญญาบัตรที่เขาได้รับ  เขามีความมั่นใจเหลือเกินว่า เขาจะต้องหางานทำได้ เมื่อเขาต้องการ  แต่ทว่าเขาอยากจะผจญภัยเสียก่อน ตามที่เขาได้ใฝ่ฝันมานานครั้งเด็ก ๆ ว่าจะต้องท่องเที่ยวไปในป่าสูง  ซึ่งขณะนี้เขากำลังชมอยู่โดยมองลงไปเบื้องล่างโน้น  จากช่องหน้าต่างเครื่องบิน

                ในตอนต้น เขารวบรวมเงินทองเท่าที่มีอยู่เพื่อซื้อปืนล่าสัตว์ และเครื่องพักแรมในป่า  เช่น ผ้าใบสำหรับทำที่พัก  ถุงใส่เสื้อผ้า  เครื่องนอน ฯลฯ   และด้วยมีรสนิยมออกท่องป่านี้เอง  เขาก็เลยมีฉายาว่า ชาวป่า  ซึ่งตั้งขึ้นโดยพวกเพื่อน ๆ   เป็นที่ล้อเลียนในการตัดสินใจของมนูญ  ขณะที่เขาเข้าไปอยู่ในหมู่พวก แม้ว   เขาก็เกิดท้อถอยเหมือนกัน  เพราะพวกแม้วพากันสบประมาทในความสามารถของเขาที่จะจับสัตว์ป่า

                แต่ต่อมา มนูญก็ให้ความมั่นใจในตัวเขาแก่พวกแม้วได้  และต่างก็พากันมาขอคำแนะนำจากเขา  มาให้เขารักษาโรคขณะที่เจ็บไข้ได้ป่วย   มีหลายครั้งที่มนูญใจไม่ดี  มือไม้สั่นไปหมด  มันเกิดขึ้นขณะที่เขาผสมยา  ซึ่งเขามีความรู้ทางนี้น้อยมาก  และไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เมื่อคนไข้รับประทานยาที่เขาผสมนี้เข้าไป  แต่อะไรเล่าจะไปเทียบกับความชื่นชมที่เขาได้รับ   ขณะที่เขาได้เข้าไปในป่าสูง  ติดตามด้วยพรานผู้ชำนาญ  และพักแรมกันในป่า โดยก่อไฟและนั่งสนทนากันรอบ ๆ กองไฟโดยไม่ต้องกังวลกับเหตุการณ์อะไรเลย  และขณะนั้นจิตใจของมนูญก็ล่องลอยคิดถึงเพื่อนในกรุงเทพ ฯ ซึ่งได้รับความสนุกเพลิดเพลินใจจากภาพยนต์...    ภาพที่สวยงามที่สุดที่มนูญได้พบก็คือภาพในตอนรุ่งอรุณ  ขณะที่พระอาทิตย์ทอแสงลอดต้นไม้ในป่าและมาจับอยู่ที่น้ำตก  ทำให้เกิดรุ้งขึ้น  มันเป็นภาพที่หาชมไม่ได้ง่ายนัก

                ในที่สุดเขาก็พบความสำเร็จ  หลังจากที่ใช้ชีวิตในป่าเป็นเวลาหนึ่งปี   เขาก็กลับกรุงเทพ ฯ และนำเจ้าเสือดำมาสองตัว  ซึ่งขณะนั้นกำลังเลียฝ่าเท้าของมันเอง   และบางทีมันอาจจะมึนหัวเพราะการเดินทางนี้ก็ได้  ส่วนทางรถไฟนั้นมนูญก็ได้บรรทุกหมี  ลิง และสัตว์ป่าที่ค่อนข้างจะหายาก  ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นที่ต้องการของสวนสัตว์ยิ่งนัก  และแน่นอนเหลือเกินที่เขาจะได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า  และเมื่อส่งสัตว์ให้แก่สวนสัตว์เรียบร้อยแล้ว  เขาก็จะกลับขึ้นไปหาเพื่อนชาวแม้วอีก

                ขณะที่มนูญกำลังคิดเพลินอยู่นั้น  ก็มีพนักงานขับเครื่องบินมาร่วมวงสนทนากับเขา 

                เป็นไง  คุณจะไม่ไปดูเพื่อนร่วมทางของคุณบ้างหรือ?   จะมีประโยชน์อะไรครับ ?  ผมไม่สนใจกับมันอีกแล้ว  ผมสนใจการล่าสัตว์ต่างหาก

                 คุณคงจะพอใจที่จะได้รับเงินค่าตอบแทนจำนวนมากซี่นะ

                 อ๋อ  แน่นอนคุณ !  ผมใช้จ่ายในการล่าสัตว์เสียหมดตัวเลย..

               ทันใดนั้นมีเสียงหีบล้มในห้องเก็บของในเครื่องบิน   มนูญลุกขึ้นฉับพลันและหันไปมองทางห้องข้างท้ายเครื่องบิน พลางคิดถึงเหตุ การณ์ที่จะเกิดขึ้นในห้องนั้น  มันอาจจะเป็นห่อของที่เขามัดไม่แน่นพลัดตกลงมาก็ได้ ?   มนูญรู้สึกเป็นห่วงเจ้าเสือดำสองตัวนั่นเหลือเกิน  และคิดไปว่าเจ้าเสือดำสองตัวอาจจะตกใจตื่นกลัวก็ได้  เขาจึงตัดสินใจตรงไปยังประตูห้องเก็บสัมภาระนั้น....

                ในที่สุดเจ้าลูกกรงไม้ก็ถูกเสือดำกัดเสียจนกร่อน  และใช้กำลังขาตบซี่นั้นหักไป  และก็เริ่มกัดกระชากอีกซี่หนึ่งต่อไป    จนกระทั่งเห็นว่าตัวมันอาจจะลอดออกมาได้แล้ว  มันลอดออกมาทันที   ยืนสลัดตัวเพื่อระบายความเมื่อย เนื่องจากต้องนอนขดตัวอยู่ในกรงนั้นเป็นเวลานาน  จากนั้นมันก็พยายามดิ้นรนเพื่ออิสระภาพ   และด้วยเหตุนี้มันจึงลากกรงล้มลง  เมื่อมันมายืนอยู่นอกกรงแล้วก็เกิดความกลัวขึ้นมาทันที  เพราะพื้นที่มันยืนอยู่นั้นขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่เสมอ    ยังผลให้มันมีความรู้สึกประหลาดพิกลเกิดขึ้นในท้องของมัน   มันตัดสินใจจะหนี  ดังนั้นมันจึงคลานสี่ขาเพื่อหาทางออก  และมันต้องใช้ความระวังมาก  เพราะร่างกายของมันชักจะผิดปกติ   ทันใดนั้นมีแสงสว่างพุ่งเข้ามากระทบกับร่างของมันเข้า  มันก็หันหน้าประจัญกับทางมาของแสงนั้นทันที   สายตาของมันพบกับมนุษย์ผู้หนึ่งยืนอยู่ที่ประตูนั้น  เป็นบุคคลคนเดียวกับที่มันรู้จัก  ตั้งแต่มันถูกจับด้วยตาข่าย   ความคิดของมันจึงเกิดสับสนขึ้น   ใจหนึ่งคิดว่าเป็นมิตร  แต่แล้วก็กลับคิดว่าเป็นศัตรู  แต่มันก็ตัดสินใจลงไปไม่ได้   เมื่อครั้งที่มันถูกตาข่ายคลุมตัวมันอยู่  ก็เป็นชายผู้นี้เองผู้ที่ออกกำลังจำกัดเสรีภาพของมัน  เอามันไปขังในกรง  อ๋า ! อย่างนั้นต้องเป็นศัตรูของเราแน่  มันคิด   แต่ก็ยังไม่มั่นใจอีกนั่นแหละ   เพราะว่าบุคคลคนเดียวกันนี้เองที่นำเนื้อสดมาให้มันกินเป็นอาหารทุก ๆ เช้า  และเรียกมันด้วยเสียงที่แทบจะทำให้แมวตัวใหญ่นี้นอนหลับไป  เอ๊ะ...รึอาจจะเป็นมิตรของเรา

                แต่ทว่าวันนี้ชายผู้นั้นมายืนขวางประตูไว้  ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะพามันไปพบกับความอิสระ  กล้ามเนื้อทุก ๆ ส่วนของมันเริ่มเกร็ง  หูของมันลู่ไปข้างหลัง  และอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะกระโดดได้ทุกขณะ

                และแล้ว  ชายผู้นั้นก็เริ่มพูดขึ้น   เช่นเดียวกับที่เขาพูดกับมันขณะที่นำเนื้อสดมาให้  น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและแสดงความปราณี  มันจึงเกิดความมั่นใจว่าเขาผู้นั้นเป็นมิตรแน่   ชายผู้นั้นเขยิบเข้าไปนั่งใกล้ ๆ มันและพูดกับมันตลอดเวลา   มันก็เข้าใจทันทีว่าเขาไม่เจตนาจะทำร้ายมันแน่  แต่ตรงกันข้ามกลับหาทางที่จะช่วยเหลือมัน  มันจึงผ่อนอิริยาบทและนอนสงบนิ่งบนพื้นเพื่อฟังเสียงอันแสดงความกรุณาต่อมัน   มนูญได้ใช้เวลาพูดเพื่อกล่อมเจ้าเสือดำถึง ๓ ชั่วโมงเต็ม  เขาพูดเรื่อยโดยไม่หยุดยั้ง

               หลังจากที่เครื่องบินโดยสารได้จอดเทียบท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  พนักงานสวนสัตว์ในกรุงเทพ ฯ ซึ่งมนูญได้ส่งข่าวล่วงหน้าทางวิทยุมาได้ใช้ตาข่ายเข้าคลุมเจ้าเสือร้ายแล้วจับใส่กรงไว้ตามเดิม   พนักงานขับเครื่องบินก็เข้ามาสนทนากับมนูญ

                ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะปราบเจ้าเสือดำตัวนั้นให้เชื่องได้

                นั่นนาซี ! ผมก็ไม่เคยคิดจะฝึกสัตว์ป่าให้เชื่อง  ผมสนใจแต่จับมันเท่านั้นเอง....

                ก็ทำไมคุณไม่ยิงมันเสียเล่า

               อย่างนั้นก็แย่ซีคุณ  เสือตายน่ะไม่มีค่าเลยนะคุณ  และข้อสำคัญคือผมจะต้องขายเจ้าเสือดำนี่เพื่อจะเอาเงินไปจ่ายค่าแรงงานที่ผมจ้างพวกแม้วเป็นพรานนำทางไปกับผมด้วย  และขณะนี้พวกนั้นกำลังรอวันกลับของผม  แต่แปลกเหลือเกิน  ผมไม่คิดว่าผมจะสามารถแสดงสุนทรพจน์ได้เป็นเวลาถึง ๓ ชั่วโมงเต็มเช่นนี้เลย 


วีรธรรม ฉบับที่ ๓๕  วันที่  ๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๐