

ร่มชูชีพได้กางออกทีละอันและลอยไปตามกระแสลม... คล้ายกับดอกไม้หล่นลงมาจากเครื่องบินทีละดอกแล้วก็บานเป็นระยะ ๆ ห่างออกไป ในที่สุดพลร่มก็ร่อนลงมาถึงพื้นดินอย่างล้มลุกคลุกคลาน แล้วต่างก็รีบม้วนร่มของตน พลร่มคนหนึ่งเมื่อเก็บร่มเรียบร้อยแล้วก็หันไปมองเพื่อน ๆ ซึ่งกำลังเก็บร่มเหมือนกัน แล้วก็เดินเข้าไปใกล้พลร่มอีกคนหนึ่งในหมู่นั้นพลางกล่าวอย่างร่าเริงว่า:
“ยังไง คุณ ? การกระโดดครั้งแรกนี้ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง ?”
ผู้ถูกถามมีนามว่าสุชาติ เขายิ้มแล้วตอบว่า:
“ก็ไม่มีอะไรไม่ใช่หรือครับ ? พวกเราถึงดินเรียบร้อยทุกคน”
แล้วทั้งสองก็หอบร่มมุ่งตรงไปยังปลายทุ่งนาอันเป็นที่นัดหมาย ทั้งสองเดินไปอย่างเงียบ ๆ
ครู่หนึ่งเพื่อนของสุชาติพูดขึ้นว่า:
“เออ ! ขอโทษนะครับ ผมอาจเป็นคนมักรู้มักเห็นสักหน่อย เวลาที่ผมลอยลงมาใกล้ ๆ คุณนั้น ผมได้ยินคุณพูดดัง ๆ ว่า เห็นไหม ? ๆ สุวนิดา ฉันไม่กลัว ! คุณพูดกับใคร ทำไมจึงพูดเช่นนั้น... แต่ถ้าเป็นความลับละก้อ... คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องเล่า ก็ได้นะครับ”
สุชาติหัวเราะ:
“นั่นเป็นเรื่องเก่าของผมครับ ไม่ใช่ความลับอะไรเลย ผมจะเล่าให้คุณฟังได้... เย็นนี้ถ้าเรามีเวลาว่าง”
* * * * * * *
ผมเกิดที่จังหวัดภูเก็ตตามที่คุณรู้มาแล้ว คุณพ่อผมทำงานกับบริษัทเหมืองแร่ บ้านที่อยู่ก็เป็นของบริษัทนั่นเอง เวลานั้นผมมีเพื่อนเด็ก ๆ หลายคน ชอบพากันไปเล่นที่เหมืองแร่อันมีเครื่องจักรอยู่มากมาย ความจริงทางบ้าน ผู้ปกครองคอยห้ามอยู่เสมอไม่ให้เด็ก ๆ ไปซุกซนที่นั่น บ่อแร่มีถังเหล็กบรรทุกแร่ข้ามเหวได้โดยใช้รอกแล่นไปตามสายลวด เสาที่ขึงลวดอยู่ที่ปากเหวข้างละต้นทำด้วยคอนกรีตใหญ่โตแข็งแรงแต่ไม่สู้สูงนัก ขณะนั้นผมอายุย่างเข้า ๑๒ ปี ได้ยินเพื่อน ๆ คุยกันว่ามีคนงานปีนขึ้นไปบนเสาเกาะปากถังโดยสารข้ามเหวไปได้อย่างสบาย ๆ อึดใจเดียวก็ถึงฝั่งโน้นแล้วปล่อยมือหล่นตุ้บลงไปบนเนินดิน ไม่เห็นยากอะไรเลย กลับน่าสนุกเสียด้วย เรื่องถังเหล็กบรรทุกแร่แล่นข้ามเหวนี้ผมก็เห็นจนชินแล้ว เวลามันแล่นเสียงรอกสีกับสายลวดฟังดูคล้ายฟังเพลง แต่ถ้าเราจะไปเกาะถังห้อยโตงเตงอาศัยข้ามฟากไปนั้นก็น่าหวาดเสียวมากเพราะเหวลึกตั้ง ๖๐ เมตร พลาดพลั้งตกลงไปก็คอย่นแน่ เพราะเหตุนี้ผู้ปกครองจึงสั่งนักสั่งหนา ไม่ให้ไปเล่นบ้า ๆ เช่นนั้น
วันหนึ่งขณะที่พวกเด็กไปเล่นอยู่ใกล้ ๆ เสาคอนกรีต มีคนหนึ่งพูดถึงคนงานโหนถังเหล็กข้ามเหวอีก ในหมู่เด็กนี้นอกจากผมยังมีเด็กหญิงอีกคนหนึ่งอายุแก่กว่าผมหนึ่งปี ชื่อ สุวนิดา ผมนึกบ้า ๆ ขึ้นมาอย่างไรไม่ทราบ พูดโพล่งออกไปว่า: “มันจะยากอะไร ! ใคร ๆ ก็ทำได้ !” ผมคุยเพราะความอวดดี แต่วันนั้นมีคนงานอยู่ที่นั่นหลายคน ถ้าเด็กคนใดจะไปเล่นโหนถังเหล็กก็จะถูกตะเพิดอย่างเด็ดขาด
ครั้นเวลากลับบ้าน ผมรู้สึกเสียใจในคำพูดของผมที่ไม่ได้คิด แต่ผมก็ปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีใครจำคำพูดของเราหร็อก อย่างไรก็ดีคืนนั้นผมนอนฝันร้ายมาก ผมฝันว่ากำลังโหนถังเหล็กห้อยโตงเตงอยู่เหนือเหว ทันใดสายลวดขาด... ผมก็ตกลิ่วลงไปก้นเหว ถังเหล็กก็ทับบนตัวผมอีกทีหนึ่ง.... ในฝันว่าตายไปแล้วเลยตกใจตื่น
รุ่งเช้า ผมคิดจะหลบหน้า ไม่ให้เพื่อน ๆ เห็น แต่พอตกเย็นก็นึกว่าคงไม่มีใครสนใจในคำคุยโตของผมแล้ว ผมก็ไปเข้าหมู่อีก ผมคิดผิดทั้งเพ... พอสุวนิดาเห็นหน้าผมก็เรียกเพื่อน ๆ มารุม เด็กเหล่านั้นโห่ร้องต้อนรับผมอย่างเอิกเกริก
“ไง ! สุชาติ เมื่อวานนี้ว่าใคร ๆ ขึ้นไปโหนก็ได้ไม่ใช่รึ ? ลองให้เห็นจริงสักทีน่ะ !”
ผมได้ยินเสียงสุวนิดาหัวเราะเยาะ
“สุชาติไม่กล้าแน่ ! แกกลัวตายยังกะอะไร !”
ผมไม่พูดอะไรเลย ปีนขึ้นไปบนเสาทันที พอถังเหล็กอันเต็มไปด้วยแร่แล่นมาถึง ผมก็เกาะขอบถังไว้แน่นทั้งสองมือ ตัวห้อยอยู่นอกถึงลอยอยู่ในอากาศ เสียงรอกสีกับสายลวดอันตึงเครียด มันเป็นเพลงที่น่าหวาดเสียว.... พอมาถึงกลางเหว ผมชำเลืองดูเพื่อน ๆ ซึ่งยืนอยู่ที่โคนเสา สุวนิดาอยู่ในหมู่นั้นด้วย แล้วผมก็มองดูก้นเหว มันลึกลิ่วเหมือนแผ่นดินถล่มลงไปหลายกิโลเมตร ผมใจหายหมด ไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่สูงถึงเพียงนี้ เวลานี้ผมรู้สึกหน้ามืดตาลาย แต่มือยังเหนี่ยวไว้เต็มที่ มองดูหน้าผาตรงข้าม ถ้าทนไปได้อีกครึ่งอึดใจ ผมก็มีหวังกระโดดลงไปบนมูลดินได้ และสุวนิดากับเพื่อนก็จะต้องชมว่าผมเป็นวีระบุรุษ.... แต่ทันใดนั้นถุงเหล็กซึ่งกำลังแล่นก็หยุดกึก เจ้าพนักงานคนใดคนหนึ่งที่โรงงานคงหยุดเครื่องโดยกะทันหัน คราวนี้ผมใจเสียหมดเลย จะห้อยอยู่กลางอากาศตลอดไปได้อย่างไร มือที่กำลังเกาะเหนียวแน่นอยู่นั้นล้าลงทุกที พวกเพื่อน ๆ ร้องตะโกนลั่นไปหมด ผมฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ก็เดาว่าเขาคงจะวิ่งไปที่โรงงานบอกอันตรายให้เจ้าหน้าที่เดินเครื่องต่อไป แต่โรงงานนั้นอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งกิโลเมตร เขาจะไปให้ทันอย่างไรได้ มือผมหมดแรงแล้ว มันกำลังจะคลายออกทีละน้อย ๆ ถ้าผมจะพยายามปีนขึ้นไปอยู่บนถัง ความเคลื่อนไหวกันเกิดจากตัวผมก็จะ ทำให้รอกตกรางร่วงลงไปทันทีทั้งคนทั้งถัง การฝันร้ายของผมเป็นความจริง ผมเกาะอยู่นานพอใช้ ในที่สุดก็หมดกำลัง... เบื้องล่างมีพุ่มไม้และก้อนหิน ผมร่วงลงไปสูงสัก ๑๕ เมตร คุณพระช่วย.....
ผมไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ขาเข้าเฝือกทั้งสองข้าง คุณแม่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตียง สุวนิดาก็อยู่ด้วย แกพูดกับผมซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า: “โทษของฉันเอง เป็นความผิดของฉันเอง เธอจึงเคราะห์ร้าย ฉันเป็นคนยุให้เธอ....” สุวนิดาร้องไห้ตลอดเวลา คุณแม่ยิ้มเฉย ๆ ไม่ว่ากล่าวอะไรเลย ผมบอกสุวนิดาว่า: “เห็นไหม ? สุวนิดา ฉันไม่กลัว !”
* * * * * * *
สุชาติมองเพื่อนแล้วพูดว่า: “อา ! คราวนี้คุณเข้าใจ และไม่แปลกอะไรแล้วรึว่าที่ผมพูดในขณะที่กระโดดร่มนั้นหมายความว่ากระไร ผมพูดไปโดยไม่รู้สึกตัว.... ทุกครั้งที่ผมทำการที่ยาก ๆ แล้ว ผมก็ระลึกถึงสุวนิดาเสมอ เวลานี้แกเป็นสาวสวยคนหนึ่ง กำลังรอผมที่ภูเก็ต แกเป็นกำลังใจของผมโดยไม่รู้ตัว และผมก็ต้องการให้สุวนิดาผู้ซึ่งจะเป็นภรรยาของผมมีความภูมิใจในตัวผมด้วย”
จากหนังสือ"วีรธรรม" ฉบับที่ ๙๓ วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๑
