
นาบงโก
นาบงโกเดินต่อไป ไม่ยอมถอยหลังให้เมื่อเขามาถึงปลายเขตหมู่บ้าน มีป่าทึบขวางอยู่ข้างหน้า นาบงโกหยิ่งในเกียรติและตั้งใจจะไม่กลับหรือหันมองดูหมู่กระท่อมเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งในบริเวณนั้น เขาได้เคยเล่นเมื่อครั้งเป็นเด็ก และอาจจะไม่ได้เห็นอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ดี นาบงโกทราบดีว่า เบื้องหลังเขาภายในลานใหญ่ พวกผู้ชายทุกคนที่กำลังประชุมกับหัวหน้าหมู่บ้านกำลังจ้องมองเขา ผู้เดินทางออกไปจากถิ่นนั้น และยังมีพวกผู้หญิงและสาว ๆ กำลังแอบมองเขาตามช่องฝากระท่อมนั้นอีก
นาบงโกจะมีสิทธิ์กลับมายังถิ่นเดิมได้อีก ต่อเมื่อเขาได้ชื่อว่าเป็นชายฉกรรจ์แล้ว นาบงโกเป็นบุตรของหัวหน้าหมู่บ้านบัวอันตาเลสในอาฟริกา อายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี แต่รูปร่างใหญ่โตและแข็งแรงมาก เขาได้เคยออกเที่ยวป่าหลายครั้งหลายหน จนกระทั่งคันธนูและลูกศรของเขากลายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจในมือที่เชี่ยวชาญของเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีคุณสมบัติยังไม่ครบครัน เขาจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นชายฉกรรจ์ นักรบมีสิทธิที่จะมาประชุมและให้คำแนะนำในที่ปรึกษาของคณะได้ ต่อเมื่อเขาได้เอาชัยชนะตามประเพณีนิยมของพวกหมู่บ้านเขา พวกนักรบที่เขารู้จักได้สำเร็จการทดลองนี้อย่างมีชัยมาแล้วหลายคน บางคนที่เขาเห็นเดินทางออกไปในป่า และไม่ได้กลับมาอีกก็มี ความทารุณโหดร้ายของดงดิบได้คร่าเอาชีวิตของคนเหล่านั้นเสียโดยสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าพวกเหล่านั้นแข็งแรง กล้าหาญ บึกบึน ชำนาญในการรบพุ่ง คุณสมบัติของชายฉกรรจ์เหล่านี้ยังไม่พอเพียงหรือ แน่นอน ยังไม่พอ....
ขณะที่นาบงโกกำลังเดินทางในป่าซึ่งอาบด้วยแสงแดดผ่านลอดใบไม้ของต้นไม้ใหญ่ ๆ ลงมา เขาใช้ความคิดไปเรื่อย ๆ และคอยระวังตัวทุกฝีก้าว ในดงดิบนั้นมีเสียงต่าง ๆ เต็มไปด้วยสัตว์และแมลง ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะว่าสัตว์เลื้อยคลานที่อันตรายและสัตว์ป่าอาจเพ่นพ่านไปมา ถึงแม้ว่าที่นั่นไม่ห่างไกลจากหมู่บ้าน
พวกที่ไม่ได้กลับบ้านอาจเป็นเพราะความประหม่า เขามัวไปคิดถึงความยากลำบากของการทดลอง ซึ่งทางประเพณีนิยมของชนหมู่นั้นบังคับให้เป็นไปเช่นนั้น เลยลืมระวังหน้าระวังหลัง โอ ! นาบงโกไม่ใช่คนโง่ เขาทราบดีว่าเขาต้องเสี่ยงภัยอย่างน่ากลัว การที่ย่างเข้าไปในป่าลึกเพียงคนเดียวนั้นก็อันตรายอยู่แล้ว แต่การไปยิงเสือดำและลอกหนังของมันกลับมาบ้านนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเขาจะต้องไม่คิดกลับมายังหมู่บ้าน ตราบใดที่เขายังไม่สามารถเอาหนังเสือดำติดมือมาด้วย นั่นหมายความว่าเขาจะต้องจู่โจมยิงเสือดำโดยไม่ให้มันรู้ตัว แต่เสือดำเป็นสัตว์ที่จะไม่ยอมเสียทีในเรื่องนี้ได้ง่าย ๆ ถ้านาบงโกเป็นนักรบที่เชี่ยวชาญแล้ว เขาต้องเห็นเสือดำก่อนที่มันจะกระโดดตระครุบเขา และมือของเขาจะต้องไม่สั่นเมื่อชักธนูออกจากแหล่ง.... แต่ถ้าสัตว์ป่านั้นว่องไวกว่า.... มีดคมของเขาจะทำอะไรได้ ในเมื่อต้องปะทะกับสัตว์ดุร้ายซึ่งมีน้ำหนักสองเท่าตัวเขา
แต่นาบงโกเคยผจญกับอันตรายต่อหน้าหลายครั้งมาแล้ว เขาลูบคลำสายเชือกที่มียันต์ผูกรอบคอเขา ขอร้องความช่วยเหลือจากสวรรค์ เขากลัวรึ ! เปล่าเลย เขาสวมเพียงหนังสัตว์ชิ้นเดียว รูปร่างเล็กมากเมื่อเปรียบกันลำต้นไม้ใหญ่ ๆ ซึ่งขึ้นเปะปะในป่านั้น เขาค่อย ๆ ย่องเข้าไปในเงาของสีใบไม้ด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งใจเด็ดเดี่ยวของนักรบที่ไว้ใจในความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ คันธนูของเขาแรงมาก และลูกศรหุ้มปลายด้วยทองแดงนั้นเป็นอาวุธที่เขาได้ใช้อย่างเชี่ยวชาญมาเป็นเวลานานแล้ว
ทางเดินในป่าที่เขาเคยใช้ก่อน ๆ นั้นได้ลบเลือนไปแล้ว เขาจึงจำเป็นต้องเดินอ้อมพุ่มไม้ทึบ กระโดดข้ามปีนป่ายต้นไม้ บางครั้งบางคราวจะเห็นร่างอันดำและมันขลับของเขาหายไปในพุ่มไม้สีเขียวแล้วก็ปรากฏขึ้นมาอีกข้างหน้า เขาไม่ทราบว่าอีกกี่วันจึงจะเจอะเสือดำสักตัวหนึ่ง เขาจะต้องล่าสัตว์อื่นเป็นอาหารไปก่อน ป้องกันตัวในค่ำคืนจากสัตว์ร้าย “เราต้องมีความไว้ใจ เพื่อความสำเร็จ” นาบงโกมักจะพูดปลอบตัวเองบ่อย ๆ
ในทันใดนั้นเองเขาต้องหยุดชะงักกึก และยืนอยู่นิ่งคล้ายรูปปั้นทำด้วยไม้ตะโกสีดำ เขาไม่ได้พบอะไร แต่ได้ยินเสียงมาจากจุด ๆ หนึ่ง ตาส่ายมองไปรอบข้าง พร้อมหันศีรษะช้า ๆ เสียงคำรามแผ่ว ๆ ซึ่งเขาได้ยินสักครู่ คงเป็นเสียงมาจากเสือดำอยู่ใกล้ ๆ นั่นเอง และมันคงไม่ได้เห็นเขาหรือได้กลิ่นสาป โชคอันดียิ่งได้มาถึงเขาแล้ว เขาไม่เห็นอะไรเลย แต่เขาต้องเดินไปดูตามเสียงอย่างเงียบ ๆ บนใบไม้ใหญ่ที่ตกเกลื่อนกลาดและเถาวัลย์ทั่วไป และทันใดนั้น.....
นาบงโกรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเกร็งขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาเห็นหลังสีดำของสัตว์ใหญ่ตัวหนึ่ง มันอยู่ตรึงกับที่เพราะถูกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งล้มทับ มันกำลังหายใจด้วยความดุเดือด
นาบงโกยกคันธนูขึ้นและเล็งอย่างช้า ๆ แต่แล้วก็.... มือของเขาลดลง มีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้น นาบงโกไม่เคยต่อสู้กับเสือดำ แต่เขาได้ยินผู้ใหญ่เล่าถึงการล่าเสือดำบ่อย ๆ แต่ยังไม่เคยปรากฏว่ามีเสือดำตัวไหนที่แสดงพฤติการณ์แปลกมากเช่นนี้
พอเสือร้ายเหลือบเห็นนาบงโก มันก็ส่ายหัวไปยังเขาทันทีแล้วแยกเขี้ยว พร้อมกับส่งเสียงคำรามด้วยความดุเดือด นาบงโกโก่งคันธนูขึ้นทันที แล้วเล็งไปยังหน้าอกของสัตว์ป่า ... แต่แล้ว.... เขาก็ลดอาวุธลงอีกเป็นคำรบสอง
นาบงโกเข้าใจดีว่าทำไมสัตว์ร้ายนั้นจึงแสดงอากับกริยาแปลกประหลาดเช่นนั้น เขาเห็นมันเบ่งกล้ามอย่างเต็มที่และหงายหลังเพื่อดึงเท้าซ้ายของมันออกจากต้นไม้ที่ล้มทับขามันไว้ นาบงโกยิ้ม นี่เป็นโชคอันดีงามของเขา การทดลองอย่างทารุณกรรมไม่มีสำหรับเขาแล้ว รางวัลอยู่ใกล้มือนั่นเอง.... ไม่มีอันตรายแม้แต่น้อย เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ เสียงเสือดำขู่คำรามดังยิ่งขึ้น และดิ้นสุดกำลัง พยายามดึงขาที่ติดอยู่กับโคนต้นไม้ จนเส้นเอ็นแทบจะขาดสะบั้นลง
นาบงโกหยุดเดินต่อไป.... เขาเป็นบุตรของหัวหน้าหมู่บ้าน บิดาได้สอนให้เกลียดชังความคดโกงและทุจริตทุกประเภท เขาจะมีสมยาเป็นนักรบแกล้วกล้าได้อย่างไร ในเมื่อเขาเอาหนังของสัตว์ป่าที่ไม่มีโอกาสต่อสู้ได้เต็มที่มาแสดงเป็นหลักฐาน...
ในขณะนั้นเอง มีสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อได้อุบัติขึ้น บุตรของหัวหน้าหมู่บ้านวางคันธนูบนพื้นดิน และไปยืนอยู่ที่ปลอดภัยห่างจากเล็บของเสือดำ เขาใช้เท้าของเขายันต้นไม้ แต่ไม่สามารถเคลื่อนมันได้แม้แต่น้อย เขาจึงหากิ่งไม้มาอันหนึ่ง ใช้เป็นแม่แรงงัด ต้นไม้นั้นเคลื่อนที่กลิ้งไป เสือดำดึงเท้าของมันออกมาได้ มันหมุนตัวและเลียเท้าที่ระบมด้วยความเจ็บปวด นาบงโกยกคันธนูของเขาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมอยู่แล้ว
เขาจะฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย แต่คู่ปรปักษ์ไม่สามารถอยู่ในฐานะต่อสู้ได้เสมอกัน สัตว์ที่น่าสงสารเลียเท้าซึ่งเต็มไปด้วยเลือด แต่มันก็ยังมองนาบงโกอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับจะท้าทายอย่างหยิ่งยะโสว่า “เฮ้ย! ยิงซิวะ ข้าไม่กลัวตาย”
โดยไม่ทราบว่าอะไรที่สกิดให้เขาปฏิบัติการต่อไปอย่างไม่หวั่นอันตราย นาบงโกเดินช้า ๆ เข้าไปใกล้สัตว์ร้ายนั้น พร้อมกับพูดกับมันด้วยภาษาของเขา หลายครั้งหลายคราวที่เขาต้องกระโดดถอยหลัง เพื่อหลบเล็บอันแหลมคมของมัน เขากลับเดินเข้ามาใกล้อีก และในที่สุดสัตว์นั้นก็คลายความดุร้ายและมองดูเขานั่งใกล้ ๆ มัน นาบงโกพูดกับมันอย่างอ่อนหวาน เสือดำจ้องมองดูเขาด้วยตาสีน้ำตาล แววร้ายที่นัยน์ตาหายไป แต่มันก็ยังไม่เชื่องทีเดียว
นาบงโกเกิดความคิดขึ้นได้อย่างหนึ่ง เขาลุกขึ้นแล้วเดินหายไปในป่าสักครู่หนึ่ง เมื่อกลับมาเขาถือกระทงซึ่งเย็บด้วยใบไม้ใส่น้ำเต็ม ใจของเขาเต้นมากเมื่อเอาน้ำวางไว้ข้างหน้าสัตว์ป่า มันเข้ามาใกล้แล้วเลียน้ำด้วยความหิวโหยเป็นกำลัง หัวของมันอยู่ระหว่างกำมือทั้งสองของนาบงโกซึ่งยิ้มในขณะถือกระทงน้ำให้เสือนั้นกิน เขาไปตักเอาน้ำมาให้หลายครั้งและพูดปลอบเสือดำตลอดเวลา
แต่นาบงโกเห็นว่าพระอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้าอยู่แล้ว.. . เขาจะต้องกลับบ้านพร้อมกับหนังเสือดำ หรือไม่ก็ต้องเดินล่าสัตว์อื่นต่อไป เขาลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว และเรียกเสือดำ มันมองดูเขาแต่ยังไม่ตัดสินใจอะไร... นาบงโกเดินต่อไป หันหลังและดูมันอีก แต่เสือดำอยู่ในท่าเดิม.... นาบงโกรู้สึกเศร้าใจ เขาได้พยายามผูกไมตรีจิตกับมัน แต่มันปฏิเสธรับมิตรภาพของเขา เขาจำต้องไปหาเสือดำอีกตัวหนึ่ง เขาได้ทำใจของเขาให้มีความองอาจกล้าหาญขึ้นมากในระยะนี้ และได้ก่อเรื่องพิสดารขึ้น เมื่อเล่ากันแล้วจะไม่มีใครเชื่อเลย เขาเดินดุ่มเข้าไปในป่าลึก และเดินไปพักหนึ่งแล้ว เขาก็หยุดเดินต่อไป เขาเดาอย่างถูกต้องว่าต้องมีสัตว์ป่าตามเขามา เขาหันหลังดู ร้องเรียก และยื่นมือไปยังสัตว์ร้ายตัวนั้นซึ่งเดินตรงเข้ามาหาเขา... เป็นอันตกลงว่า ทั้งสองได้สมานมิตรภาพระหว่างกันอย่างเงียบ ๆ แล้ว นาบงโกลูบหัวเสือดำและมันก็เอาตัวมาสีขาของเขา นาบงโกได้ทำตนสมเกียรติของพวกพ้องและบิดาของเขาแล้ว จึงเดินกลับมายังหมู่บ้านของเขา บัดนี้เขาได้เป็นนักรบแท้ โดยไม่ได้ยิงธนูแม้แต่ดอกเดียว จินตกวีของหมู่บ้านจะต้องเขียนบทเพลงสรรเสริญบรรยายการกระทำอย่างกล้าและเด็ดเดี่ยวของเขา เสียงกลองใหญ่ได้ดังขึ้นเป็นอานัติสัญญาณเรียกทุกคนให้มาประชุมที่ลานกลางก่อนมืดค่ำ นาบงโกรีบเดินไปยังหมู่บ้าน และมาถึงเขตขณะที่ชาวบ้านกำลังจะจุดไฟให้ความสว่างในบริเวณ เสือดำมิตรที่น่าเกรงขามเดินโขยกเขยกตามมาข้าง ๆ นาบงโกด้วย..........
วีรธรรม ฉบับที่ ๔๑ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๐