เลอซอร์ตเป็นคนใจดี รักสัตว์ที่ตนเลี้ยง แต่เพราะเขาอยู่ในป่ากลางเกาะสุมาตรา มีแต่ความเปล่าเปลี่ยว ไม่ใคร่จะได้ติดต่อกับคนภายนอก ก็มีความคุ้มคลั่งไปบ้าง ต้องเอาเหล้ามาเป็นมิตร ยิ่งวันเขาก็ยิ่งดื่ม และยิ่งดื่มเขาก็ไปหาความตายอย่างน่าสยดสยอง

 

อาชีพของเขาคือดักสัตว์ป่า ส่งไปขายให้สวนสัตว์ในยุโรป ในจำนวนสัตว์ที่เขาดักมาได้ มีลิงโอรังอูตัวอยู่ตัวหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะจัดส่งไปนั้น เขาได้อ่านหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ฉบับหนึ่ง เล่าว่า ที่ลอนดอนมีชายผู้หนึ่งหากินได้เงินร่ำรวยมาก โดยนำลิงโอรังอูตังไปแสดงตามไนท์คลับ ลิงนั้นก็ฉลาดเหมือนคน มันนุ่งกางเกงลายเป็นริ้ว สวมเสื้อแย็กเก้ต กินข้าวด้วยช้อนส้อม ดื่มน้ำด้วยแก้ว และสูบบุหรี่ซีการ์...

 

“ไม่ใช่เรื่องยาก” เลอซอร์ตคิด  “ฉันจะหัดกูปี แล้วพามันไปปารีส ฉันเบื่อที่จะอยู่ในป่าแล้ว ฉันจะพากูปีไปแสดงบ้าง ฉันจะมีเงิน มีบ้านอยู่ริมแม่น้ำเซน มีรถยนต์ มีทุกสิ่งเพราะฉันมีเงิน”

 

แต่เลอซอร์ตดื่มเหล้า และเพื่อจะให้ถึงขีดสุดแห่งความสบาย เขาก็ต้องใช้วิสกี้มาก ๆ และไม่งดเว้นเลยสักวันเดียว ลูกจ้างชาวชวาที่อยู่กับเขาก็หนีไปหมด เพราะเขาทุบตีแทนให้ค่าจ้าง ดังนั้นเขาก็ยิ่งอยู่ในป่าอันเต็มไปด้วยอันตรายแต่ผู้เดียวอย่างแท้จริง มีแต่ลิงกูปีเท่านั้นที่เป็นทรัพย์สมบัติ

 

กูปีเป็นลิงฉลาด มันได้รับการฝึกสอนเป็นอันมาก มันทำหน้าที่คนใช้ได้ครบครัน มีความชำนาญในการยกอาหารมาให้นายกิน แล้วมันก็นั่งกินด้วย

 

แต่กูปีไม่ใช่คน บางวันมันดื้อ ถ้าเลอซอร์ตไม่เมาก็คงอดทนได้ เพราะคนเราก็รู้ว่าลิงไม่มีปัญญา

 

วันหนึ่งกูปีอารมณ์ร้าย และเลอซอร์ตกำลังเมา กูปีเคยยกจานอาหารอย่างแคล่วคล่อง แต่วันนั้นเป็นอย่างไรไม่ทราบ มันถือจานเอียง ๆ ผิดนิสัย กับข้าวหกหมด เลอซอร์ตโมโห เอาจานฟาดหัวลิงแล้วร้องด่าไม่หยุด ตามภาษาคนเมา ลิงก็โกรธเหมือนกัน เพราะมันเจ็บและเลยดื้อตะบึงไป

 

วันรุ่งขึ้นลิงก็ดื้ออีก เลอซอร์ตทำอะไรไม่ได้ ทางที่ถูกมีสิ่งเดียวคือต้องอดทน แต่สมองของเลอซอร์ตมีแต่ฤทธิ์เหล้า ความคิดของคนเมาก็เกิดขึ้น

 

“มันไม่กลัว ต้องให้มันเจอตะเข้

 

รุ่งขึ้นเลอซอร์ตลงไปริมตลิ่งอันเต็มไปด้วยจระเข้ มีตัวใหญ่ ๆ เกล็ดเขียวไปด้วยตะไคร่น้ำ เห็นลูกตาเล็ก ๆ ลาย ๆ มองคนไม่กระพริบ ท่าทางเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง

 

เลอซอร์ตเอาหลักตอกไปในโคลน แล้วก็เอากูปีมัดไว้บนหลัก พ้นน้ำพอประมาณ กูปีไม่เคยชอบบริเวณที่เต็มไปด้วยโคลนและน้ำมีกลิ่นเน่าเลย มันรู้ว่าสัตว์เลื้อยคลานตัวยาว ๆ ที่ขึ้นมานอนอาบแดดหรือโผล่หัวเหมือนท่อนไม้ ลอยเฉื่อย ๆ แช่มช้าอยู่ในน้ำนั้น เป็นภัยอย่างร้ายแรง แต่มันคงคิดว่านายของมันเล่นสนุกกับมัน เพราะเวลานี้มันมีอารมณ์ดีแล้ว มันก็ยอมให้นายมัดตามชอบใจ แล้วเลอซอร์ตก็กลับขึ้นบ้าน กูปีถูกทอดทิ้งก็ตกใจร้องลั่นตามประสาลิง

 

จระเข้เป็นสัตว์หลังยาว ขี้เกียจที่สุด ถ้ามันไม่แน่ใจว่ามันจะได้กิน มันก็ไม่กระดิก มีสามตัวลอยคออยู่ที่นั่น ต่อมาตัวหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้ามาหากูปี  มันมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนกลัวว่าจะเป็นลิงที่เขาลอยตะกาง

 

เลอซอร์ตนั่งดูอยู่ที่ระเบียงบังกาโล ถือปืนวินเชสเตอร์คุมเชิง ดื่มพลางหัวเราะพลางตามภาษาคนขี้เมา และเมื่อเห็นกูปีกลัว ก็ยิ่งชอบใจ

 

กูปีมองดูจระเข้  แล้วก็เหลียวดูนาย ดิ้นพลางร้องพลาง เหมือนจะให้นายสงสาร เลอซอร์ตก็ยิ่งหัวเราะ

“นี่แหละ ให้เอ็งรู้ไว้ คราวหลังเอ็งจะต้องพร้อมที่จะไม่ดื้อ

 

เลอซอร์ตทรมานกูปีอยู่สามชั่วโมง จระเข้ตัวตัวหนึ่งเขย่งขึ้นจะฮุบลิง กระสุนปืนของเลอซอร์ตก็แล่นตรงไปยังลูกตาจระเข้  ทำให้มันดิ้นกระโดดโครมครามดำน้ำหนีไป เลอซอร์ตก็ลงไปแก้กูปีซึ่งยังไม่หายตัวสั่น กูปีคงจะเข็ด ไม่ดื้อต่อไปอีก และเลอซอร์ตก็จะไม่กินเหล้าต่อไปอีกเหมือนกัน แต่เขามีความคิดดีได้ประเดี๋ยวเดียว เอาขวดเปล่าขว้างเข้าป่าอย่างไม่ใยดี แต่แล้วก็ไปหาขวดเต็ม ๆ มาอีก ทำให้เขาจบเรื่องด้วยความตายดังกล่าวแล้ว

 

ตามคำเล่าของเพื่อนฝูงที่แล่นเรือไปตามแม่น้ำเข้าไปเยี่ยมเลอซอร์ตนั้นว่า เลอซอร์ตเอาความรู้ในการสอนลิงมาเล่าให้เขาฟังอย่างภาคภูมิ เพื่อนของเขาไม่เห็นด้วย ได้อธิบายถึงความไม่ควรให้เลอซอร์ตฟัง แต่เลอซอร์ตก็ไม่เข้าใจ เพราะเหล้าทำให้เขาเห็นผิดเป็นชอบ

 

 

ต่อมาประมาณ ๑๕ วัน เพื่อนของเลอซอร์ตคนหนึ่งเป็นนักธรรมชาติวิทยา ขึ้นแม่น้ำผ่านไปทางบังกะโลของเลอซอร์ตก็แวะเข้าไปเยี่ยม ทันใดเขาก็เห็นกูปีอยู่ที่ระเบียงถือปืนเตรียมยิงอย่างไม่ถูกท่าลงไปทางริมแม่น้ำ เขาก็เข้าใจทันทีว่าลิงมันเอาอย่างคน คือมันได้ลากเลอซอร์ตซึ่งเมาไม่ได้สติไปมัดไว้ที่หลักซึ่งเขาไม่ได้ถอนขึ้น แล้วมันก็มานั่งถือปืนจะยิงจระเข้ เหมือนกับที่เลอซอร์ตเคยแสดงกันมันมาแล้ว แต่แม้ว่าลิงจะไม่รู้จักมัด เลอซอร์ตก็อยู่เพราะไม่มีสติ และเมื่อคนเมาถูกแช่อยู่ในโคลนนาน ๆ ก็เลยตายโดยไม่ต้องให้จระเข้กัด เพื่อนคนนั้นไล่ลิงไปแล้วก็เอาศพเลอซอร์ตขึ้นมา

 

กูปีเมื่อสิ้นเจ้าของก็ท่องเที่ยวไปในป่า มันคงคิดว่าเล่นสนุก ๆ แต่ทำไมเหตุการณ์จึงกลับกลายไปได้

แดนทอง


 จากหนังสือวีรธรรม ฉบับที่ 204-5 วันที่ 14 พฤษภาคม 2504 ฉบับพิเศษระหว่างปิดภาคเรียน