ขุนทัพฮันนิบาล

                     เมื่อสมัยสองพันปีก่อน  โรมกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด ... แผ่อาณาจักรไปทั่วประเทศใหญ่น้อยของย่านทะเลเมดิเตอเรเนียน  ไปถึงไหนก็กอบโกยเอาสมบัติและบรรดาของมีค่าส่งกลับไปสะสมไว้ที่กรุงโรม   นำความเคียดแค้นมาสู่บรรดาประเทศที่ถูกรุกราน 

                    ในบรรดาผู้ถูกรุกรานนั้นมีเมืองคาร์เทชอยู่ด้วย  ครั้งนั้นแม่ทัพใหญ่เมืองคาร์เทชมีชื่อว่า นายพลฮามิลคาร์ บาร์คา  นายพลฮามิลคาร์มีบุตรหลายคน  และคนที่มีท่าจะเดินตามรอยเท้าของตนก็คือ  ฮันนิบาล    ฮันนิบาลเกิดเมื่อปี ๒๔๗ ก่อนคริสตกาล  สมัยเป็นเด็กเคยอธิฐานว่า  วันหนึ่งจะต้องนำเพลิงและเกราะเหล็กเข้าไปย่ำยีโรมให้จงได้  ฮันนิบาลมักมีโอกาสติดตามบิดาไปไหนมาไหนเสมอ  ได้รักการฝึกฝนให้เป็นนักรบที่แข็งกล้า

                    เมื่อนายพลฮามิลคาร์ถึงแก่กรรมลง  ฮันนิบาลก็ได้รับช่วงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ในเสปญ  เขามีอายุเพียง ๒๖ ปีเท่านั้น   ครั้งนี้แหละความตั้งใจของเขาจะต้องบรรลุจุดหมาย  อีกสามปีต่อมาฮันนิบาลก็นำทัพอันประกอบด้วยทหารเดินเท้า ๕๐,๐๐๐  ทหารม้า ๙,๐๐๐  และช้างศึกอีกมากมายออกเดินจากฝั่งตะวันออกของเสปญ  ข้ามเทือกเขาแอลป์เข้าไปจนถึงตอนเหนือของประเทศอิตาลี  การเดินทัพครั้งนั้นไม่ได้เป็นไปโดยสะดวกเรียบร้อย  เพราะนอกจากจะถูกเจ้าของถิ่นต่าง ๆ ที่ผ่านไปโจมตีเอาแล้ว   ธรรมชาติ ความหนาวเย็น ความหิวโหย และความเมื่อยล้าได้กินกำลังทัพไปกว่าครึ่งหนึ่ง

                    แม้กระนั้นด้วยความสามารถในกลยุทธแบบทหารม้า  ฮันนิบาลก็สามารถตีกองทัพของโรมแตกกระเจิงไปถึงสองครั้ง  คือที่แม่น้ำเทรเบีย และที่ทะเลสาบทราซีเมเน  นำความครั่นคร้ามมาให้แก่ผู้ปกครองกรุงโรมไม่น้อย        ทางโรมจึงได้รีบจัดผู้รักษาเมือง  โดยมอบอำนาจเด็ดขาดให้แก่ผู้ที่ได้รับเลือก  ซึ่งได้แก่นักการเมืองไหวพริบดี คือ ควินตุส ฟาบิอุส แม็กซิมุส   ฟาบิอุสใช้นโยบายล่อให้ข้าศึกไล่  พร้อมทั้งถอยร่นมาทางใต้เรื่อย ๆ  ได้โอกาสก็กระหน่ำข้าศึกสักครั้งสองครั้งเป็นการตัดกำลัง  กระทั่งเข้าฤดูร้อนของปี ๒๑๖  ก่อนคริสตกาล  กองทัพโรมันกำลัง ๗๐,๐๐๐ ถึง ๑๐๐,๐๐๐  จึงได้ประดาหน้าเข้าประจันกับทัพของฮันนิบาลที่คันเนทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอิตาลี  แม้จะมีกำลังน้อยกว่ามาก  ฮันนิบาลก็ใช้ยุทธวิธีที่เฉลียวฉลาดปิดล้อมและสังหารศัตรูได้จำนวนมาก  กล่าวกันว่าบรรดานักการเมืองเจ้าขุนมูลนายตลอดจนประชาราษฎรที่สำคัญ ๆ ของโรมถูกฆ่าตายทั้งสิ้นถึง ๖๐.๐๐๐   เพื่อเป็นการประกาศชัยชนะ  ฮันนิบาลก็จัดส่งแหวนทองประจำตำแหน่งของบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าตายส่งกลับไปยังคาร์เทชเป็นกระบุง

                    อย่างไรก็ดี  ชัยชนะนี้ไม่ก่อผลอันถาวร  เป็นเพียงชัยชนะในวงแคบ  เพราะฮันนีบาลนั้นเปรียบได้กับคน ๆ เดียวที่จะต่อสู้กับคนทั้งชาติ  กองทัพของฮันนิบาลไม่สามารถได้รับกำลังหนุนจากเสปญ  ฮัสดรูบาลน้องชายฮันนิบาลที่ยกกำลังมาช่วย ก็ถูกทัพโรมันปะทะไว้และตีแตก  ตัวฮัสดรูบาลเองตายในสนามรบ  ทหารโรมันทำการตัดศีรษะแล้วเอามาโยนเข้าค่ายของฮันนิบาล

                    ฮันนิบาลไม่ท้อถอย  เขาต่อสู้กับกองทัพโรมันอยู่ถึง ๑๕ ปี  จนเมื่อซีปีโอ อาฟริกานุส  แม่ทัพโรมันยกทัพอ้อมไปตีคาร์เทช  ฮันนิบาลจึงต้องถอยทัพกลับ  และไปปราชัยศัตรูที่ซามาในประเทศของตนเอง  เมื่อกลับถึงบ้านเกิด  ฮันนิบาลได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าบริหารประเทศ  เขาปรับปรุงรัฐบาลของคาร์เทชให้เข้มแข็งขึ้น  จัดหาวิธีส่งส่วยอันหนักอึ้งให้แก่โรมโดยไม่ให้ราษฎรต้องเดือดร้อน  ตรงกันข้ามกับความพอใจที่ทางโรมควรจะมี  ทางโรมกลับสงสัยในความอุดมมั่งคั่งที่คาร์เทชสามารถเสียส่วยอันมากมายได้  ประกอบกับได้ข่าวระแคะระคายว่าฮันนิบาลกำลังเตรียมทัพจะมาย่ำยีโรมอีก  จึงส่งคำขาดให้ฮันนิบาลยอมจำนนส่งกำลังมาจับกุมจนฮันนิบาลต้องเตลิดหนีไปยังเอเซีย   กระนั้นก็ยังไม่ปลอดภัย  เพราะโรมจะเอาตัวฮันนิบาลให้ได้   เพื่อจะหนีให้พ้นศัตรูที่ก่อความรำคาญใจอยู่เสมอ  ฮันนิบาลจึงดื่มยาพิษสังหารตนเอง  ยาพิษนั้นฮันนิบาลซ่อนไว้ในแหวนของตนเองนานแล้ว  จึงถึงแก่กาลอวสานของนักรบที่ชาญฉลาด  ผู้กล้าลุกขึ้นต่อต้านอำนาจของโรม  ซึ่งกำลังอุดมสมบูรณ์ที่สุด  ปีนั้นตกปี ๑๘๓ ก่อนคริสตกาล


 

จากหนังสือวีรธรรม ฉบับที่ ๑๘๙  วันที่ ๒๒  มกราคม ๒๕๐๔