มีสมาชิกบางคน (ชาย) มาเล่ากับบรรณาธิการว่า: "ผมได้อ่านเรื่องผจญภัยของคุณแดงในวีรธรรมตั้งแต่เริ่มต้นมาแล้ว เป็นพฤติการโง่ ๆ ของคุณแดงสนุกดี ที่บ้านผมอ่านวีรธรรมกันทุกคน เวลานี้ถ้าผมทำอะไรผิดพลาดเข้าเล็กน้อย เขาก็จะว่าผมว่า: 'แกนี่เป็นคุณแดงอีกคนแล้ว บัดซบเหมือนกันเลย !' คนที่ว่าผมมากที่สุดก็คือพวก ๆ พี่สาวและน้องสาวนั่นแหละ ผมคิดว่านักประพันธ์เรื่องคุณแดงควรจะให้โอกาสเด็กชายหัวเราะเยาะเด็กหญิงเสียบ้างจึงจะยุติธรรม" เราก็เห็นด้วย แต่เด็กหญิงจะว่าอย่างไร... เดี๋ยวเกิดสงครามกันใหญ่.... เรื่องนี้คุณลุงฉิ่งว่าไม่สำคัญอะไรเลย เด็กหญิงก็ตลกเหมือนเด็กชายนั่นแหละ ดังนี้เราจึงถือโอกาสเล่าการผจญภัยของคุณสุวรรณา พี่สาวคุณแดงให้เด็กชายเปลี่ยนอารมณ์เสียบ้าง

* * * * * * * * *

วันหนึ่งคุณแดงยืนอยู่ในสถานีหัวลำโพง กำลังโบกมือลาคุณสุวรรณาผู้ซึ่งโผล่หน้าอยู่ที่หน้าต่างรถและกำลังเคลื่อนที่ไปทางฉะเชิงเทรา สุวรรณาจะไปพักที่นั่น ที่บ้านมิตรสหายสักสองสามวัน เมื่อขบวนรถไฟเลี้ยวลับโค้งไปแล้ว คุณแดงก็ลดเลยลดมือลงมาเกาศีร์ษะ แกคงมีเรื่องยุ่งมาก แน่หละ ! ถ้าท่านคิดว่าคุณสุวรรณาไม่อยู่บ้านสามวันคุณแดงก็จะมีอิสสระสบายใจเฉิบแล้ว ท่านก็คิดผิดเพราะคุณสุวรรณาได้สั่งอะไรต่อมิอะไรให้คุณแดงทำเยอะแยะ เช่นให้ระวังไขนาฬิกา, เลี้ยงนกขุนทอง, เลี้ยงไก่, รดน้ำสวนดอกไม้, เปิดไฟเปิดน้ำแล้วอย่าลืมปิด, ถ้าฝนตกก็อย่าให้ฝนสาด, ถ้าจะไปไหนก็ให้ใส่กุญแจบ้าน ฯลฯ... และแกยังกำชับไว้อย่างหนักหนาว่า ถ้าคุณแดงจำได้เพียงครึ่งเดียวแกก็จะพอใจเป็นที่สุด ที่แกพูดดังนี้ก็เพื่อจะยุให้คุณแดงเอาใจใส่ดูแลบ้านให้ดีเท่านั้น

วันนั้นเป็นวันบังเอิญ รถคันที่คุณสุวรรณาโดยสารว่างแทบจะไม่มีคน ข้างหน้าคุณสุวรรณามีคนหนึ่งนั่งหลับอย่างสุขารมณ์ เป็นหญิงแกชั้นคุณยายแต่งตัวสะอาดหลักฐาน คุณสุวรรณาวางกระเป๋าพีเอเอไว้ใกล้ตัว แล้วก็นั่งลงอย่างสบายอารมณ์เหมือนกัน แล้วคิดถึงโอกาสอันดีที่จะได้พบเพื่อนที่ชอบพอที่ฉะเชิงเทรา นั่งนึกอยู่ครู่ก็รู้สึกง่วงอยากจะหลับเหมือนคุณยายคนนั้น ในที่สุดคุณสุวรรณาก็ดึงกระเป๋าให้ชิดตัวอีกหน่อยแล้วก็ขยับหาที่สบายเอนศีร์ษะเข้าที่มุมหลับตาอยู่ครู่หนึ่งใจก็หลับไปด้วย

ประมาณสักครึ่งชั่วโมงคุณสุวรรณาก็ตื่น ขณะนั้นรถไฟแล่นไปตามทุ่งนา อากาศร้อนมาก คุณยายที่นั่งข้างหน้ายังคงหลับเป็นปกติ มือข้างหนึ่งพาดอก อีกข้างหนึ่งแบอยู่เหนือเข่า คุณสุวรรณาเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อแล้วก็หยิบกระจกแผ่นเล็กขึ้นมาส่องสำรวจสีแดงที่ปากว่ายังเรียบร้อยอยู่หรือไม่... ขณะนั้นก็เกิดความคิดทึกทักขึ้นมาในใจ คุณสุวรรณาลงมือค้นหาของในกระเป๋าอย่างวุ่นวาย ลิ้นห้อยออกมานอกปากโดยไม่รู้ตัว แกค้นเท่าไรก็ไม่พบ จึงเหลือบตาไปดูคุณยายซึ่งนั่งหลับอยู่ตามเดิม... ยายคนนี้จะหลับจริง ๆ หรือแกล้งก็ไม่มีใครรู้ ของที่คุณสุวรรณาหาอยู่นั้นคือเงิน ๓๐๐ บาท ซึ่งแกจะเอาไปใช้สอยที่จังหวัดฉะเชิงเทรา บัดนี้มันหายไปหมดแล้ว โดยที่แกไม่ได้เปิดกระเป๋าเลยตั้งแต่ออกจากบ้าน คงมีคนขโมยเมื่อแกหลับเป็นแน่ ส่วนผู้ร้ายไม่จำเป็นต้องใช้นักสืบ แต่ใครเล่าจะเป็นขโมย ในรถคันนี้ไม่มีใคร นอกจากยายแก่กับตาแป๊ะหนวดยาวนั่งเคี้ยวหมากแหย็บ ๆ ตาเหม่อไปทางทุ่งนา จะว่ายายคนนั้นเป็นขโมยก็ยาก เพราะลักษณะเป็นคนดี... แต่คนสมัยนี้ไว้ใจกันไม่ได้ คนดี คนชั่วลักษณะเหมือนกันหมด และทำไมแกจึงหลับนานเกินไปตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้ว ชอบกลจริง ๆ

ความคิดอันหนึ่งแล่นเข้ามาในสมองคุณสุวรรณา... ต้องดูให้แน่ว่ายายคนนั้นหลับจริงหรือหลับเล่น ถ้าแกเป็นขโมยจริงก็ต้องจัดการ... คุณสุวรรณาคิดแล้วก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าของคุณยายคนนั้นและเปิดดู... นั่นยังไงล่ะ ! ธนบัตรใบละร้อยสามใบอยู่ก้นกระเป๋า มันพับสี่อย่างเดียวกัน แน่นอนมันต้องเป็นของคุณสุวรรณา และยายแก่เป็นขโมย แต่คุณสุวรรณาได้เงินคืนแล้วก็ไม่เอาเรื่อง และไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนขโมยนั้นจะไม่รู้สึกตัวเพราะแกล้งหลับ คุณสุวรรณานั่งลงเอาธนบัตรเก็บไว้ในกระเป๋าแล้วก็เอามือผะสานตักนั่งหลับหรือทำเป็นหลับมากกว่า....

เมื่อคุณยายตื่นนั้น รถไฟมาถึงสถานีฉะเชิงเทราแล้ว คุณสุวรรณาเผยอเปลือกตานิด ๆ เห็นแกหิ้วกระเป๋าของแกลงจากรถ คุณสุวรรณาก็ลงจากรถเหมือนกัน แล้วเรื่องก็หมดลงเท่านี้

สองสามวันต่อมา คุณสุวรรณากลับกรุงเทพฯ คุณแดงมารับที่สถานีพร้อมด้วยใบหน้าอันยิ้มแฉ่ง
"เป็นไงบ้างครับ สนุกไหมครับ ?" คุณแดงถามด้วยความดีใจ
"ก็ใช้ได้ ไม่เลวเลย"
"ส่งชะลอมมาให้ผมซี่ โอ้โฮ ! ซื้อมะม่วงไม่น้อยเหมือนกัน"
"เออ ! ช่วยที แกดีมาก"
"คุณพี่ต่างหากที่ดีมาก"
"ฉันทำอะไรให้แกล่ะ ?"
"ก็คุณพี่กลัวผมจะไม่มีเงินใช้ เอาไว้ให้ผมถึงสามร้อยบาท คุณพี่เอาสอดไว้ในหนังสือบนโต๊ะใช่ไหมล่ะ ผมพาเพื่อนไปดูหนังเสียสามคืนซ้อน ๆ เลย... ผมว่าคุณพี่กลับเย็นวันนี้ ผมเลยมาคอยรับ อ้าว.. คุณพี่เป็นอะไรไปแล้ว หน้าซีด... ไม่สบายหรือครับ.... แท็กซี่ เร็วไปส่งโรงพยาบาลที พี่ผมเป็นลมไปแล้ว !"


จากหนังสือ "วีรธรรม" ฉบับที่ ๘๕  วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๐๑