เมืองที่กำลังตาย

จรวด มิดาส อันเก่าแก่เบ่งกำลังเต็มที่หลบเลี้ยวไปในเวหา... จรวดลำเล็กแล่นเฉียดหวือไปข้างหน้า พนักงานเรดาร์ในจรวดลำเล็กยิ้ม ถ้าจะง่วงนอนกันหมดแล้ว... และบัดนี้คงจะตกใจตื่น!.... แต่ก่อน ๆ นั้นคนเราลงได้อยู่ในทะเลลอยไปลอยมากับเรือหลาย ๆ ปีแล้ว ก็มีใจผูกพันอยู่กับเรือเหมือนว่าเป็นบุตรหรือภรรยาฉะนั้นไม่ผิดกับสมัยนี้คือคนใดลงได้เป็นกัปตันแล่นอยู่ในเวหาไปตามพิภพต่าง ๆ หลาย ๆ ปีเข้าก็ติดนิสัยทิ้งจรวดไม่ได้ กัปตันซิตกานึกอยู่เช่นนี้ ในขณะที่แกแล่นตรงไปยังพิภพเซแรส ขณะนั้นเป็นปี ค.ศ. ๒๐๔๑ ซิตกามองดูมือของตน เป็นมืออันเก่าคร่ำหนังเหี่ยวและบวมเล็กน้อยด้วยโรคขัดข้อ... มือของแกบังคับจรวดพลาดไปบ้าง ขณะที่แล่นหลบจรวดลำเล็กแบบใหม่ซึ่งมีกำลังรวดเร็วกว่าของแกมาก จรวดทั้งสองเสียดสีกันไปนิดเดียว หากช้าไปสักครึ่งวินาทีก็เห็นจะต้องพังทะลายทั้งคู่ เมรี่ภรรยาของกัปตันซิตกาวิ่งมายังห้องเครื่องร้องถามว่า: เอาอีกแล้วหรือ ! จรวดใหม่นี้จะชนเราอยู่ร่ำไป !...
จริงซี่ ! แต่คราวนี้เป็นความผิดของฉัน มือฉันทำงานช้าไปนิดหนึ่ง คงจะมีอะไรเสียหายไปบ้าง ฉันจะไปตรวจดู...
เมื่อเมรี่ออกไปแล้ว กัปตันแก่ยังพิจารณามือของแกที่อยู่กับเครื่องบังคับ ในใจคิดว่า : คนแก่อยู่ในเรือเหาะเก่า ! .. ครั้นแล้วแกก็ลุกขึ้นไปตรวจความเสียหาย แกเดินผ่านที่ทำงานอันว่างเปล่าสามที่ แต่ก่อนเมื่อครั้งมิดาสยังเป็นจรวดใหม่ที่สุดนั้น มิดาสมีกัปตันสี่คน คือเบทผู้ตายไปแล้วที่โลกพระศุกร์ เลวินไปทำงานกับบริษัทสร้างจรวดใหม่ ๆ กัมบาตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน ตั้งแต่นั้นมาจะหากัปตันหนุ่มมาสมัครทำงานในจรวดลำนี้ไม่ได้เลย เพราะคนสมัยนี้เห็นว่ามิดาสล้าหลังมาก จรวดรุ่นเดียวกันเลหลังเป็นเศษเหล็กหมดแล้ว ในที่สุดซิตกาก็ตัดสินใจเป็นกัปตันคนเดียวของมิดาสและผู้ช่วยก็คือเมรี่ภรรยาของแกเอง นอกนั้นไม่มีใครเลย ซิตกาก็ผ่านห้องโดยสารไปถึงห้องบรรทุกสินค้า สถานที่เหล่านี้เก่าแก่ทั้งนั้น โคลเมี่ยมตกสะเก็ด สีก็กระเทาะไปนานแล้ว แต่เมื่อกัปตันมาถึงห้องเครื่องอันใหญ่โต เขาก็ยิ้มได้ ในที่นี้ทุกสิ่งทุกอย่างยังเป็นมันเงาเหมือนใหม่ ๆ เหมือนเพี่งออกจากอู่และกำลังเดินด้วยกำลังไฮโดรเยนอย่างสนิท...
เครื่องยนต์มิดาสดีมาก เขาสร้างให้มันทนอยู่ได้หลายร้อยปี แต่เปลือกของมันเก่าจะหมดอายุอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะลงไปพิภพใดพิภพหนึ่งแล้วก็ไม่แน่ใจว่าพิภพนั้นจะอนุญาตให้เขาเดินทางต่อไปอีก
เครื่องยนต์ของมิดาสดีมาก แต่บริษัทซึ่งเต็มไปด้วยผู้จัดการหนุ่มไม่ยอมบรรทุกสินค้ากับมิดาสอีกแล้ว เพราะตัวถังเก่าแก่เต็มที นอกจากจะสร้างเครื่องยนต์แบบใหม่ติดเติมเข้าไว้และเปลี่ยนตัวถังใหม่ แต่เครื่องยนต์ของมิดาสก็ใหญ่โตเต็มที่แล้ว และการเปลี่ยนแปลงแพงมากนัก
เจ้าของก็แก่ จรวดเก่า แย่ดัวยกันทั้งคู่ แต่ซิตกาไม่ยอมเลหลังเป็นเศษเหล็กอย่างเด็ดขาด เขารักมันมาก แต่อย่างไรก็ตามเครื่องไฮโดรเยนของเขาก็ยังเดินได้อีกหลายสิบปีโดยไม่เดือดร้อน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เขาจะไปอยู่พิภพใดพิภพหนึ่งก็ได้ ซึ่งในที่นั้นมีคนไปทำเหมือนแร่ เขาจะเอาเครื่องยนต์ของมิดาสแปลงเป็นโรงไฟฟ้าก็ยังจะใช้ได้อีกหลายร้อยปี แต่ซิตกาไม่คิดเช่นนั้น เขาล่องลอยอยู่ในเวหาจนเป็นนิสัยแล้ว ไม่ติดใจที่จะไปอยู่บ้านปลาสติกมีแผ่นดินมีต้นไม้ จะใหญ่โตสุขสบายอย่างไรก็ไม่ชอบ เขามองตามช่องจรวด เห็นดวงดาวยิ้มแย้มกับเขาอย่างไมตรีจิต เขาเคยอ่านหนังสือซึ่งคนแต่ก่อนคิดฝันว่าต่อไปมนุษย์จะสร้างจรวดไปจนถึงดวงดาว ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มียวดยานใดที่จะข้ามเวหาอันเป็นหนทางยาวชั่วชีวิตหนึ่งก็ยังไปไม่ถึง แต่ชิตกาก็ยังฝันเหมือนกัน เขามีจรวด ถึงเครื่องจะไปไม่เร็วแต่ก็แข็งแรง สามารถออกจากโลกมนุษย์ไปถึงโลกที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก จะเป็นเวลาสักกี่ปีก็ช่าง เพราะว่าเขาทั้งสองคนผัวเมียไม่มีความทุกข์อะไรเลย ยิ่งกว่านั้นคนทั้งสองชอบอยู่ในมิดาสยิ่งกว่าพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นจักรภพใด บ้านใด ๆ ทั่วโลกก็สู้มิดาสของเขาไม่ได้.... และสักวันหนึ่งเขาทั้งสองก็จะตายอยู่ในมิดาสซึ่งเป็นเพื่อนเก่า และมันจะพาเขาไปไกลแสนไกลอย่างที่ไม่มีมนุษย์ใดเคยไปได้ มิดาสจะพาเขาไปยังดวงดาวที่สวยงาม เป็นป่าช้าอันสงบ เป็นความตายที่แสนสุข ไม่มีคนตายใด ๆ ที่สบายเท่า
ซิตก้าประคองขับมิดาสอย่างระมัดระวัง ร่อนลงยังพิภพเล็ก ๆ อันมีนามว่า เซแรส ซึ่งเขารู้จักดีมาแล้ว เขานำจรวดเข้าจอดพอดีกับหลังคาฝาชีซึ่งปกคลุมจังหวัดบ่อแร่ เขากับภรรยาก็พากันเข้าไปในเมืองทางประตู Air Lock ปลดเครื่องแต่งกายชุดเดินอวกาศเพื่อจะได้หายใจสะดวก แต่เมืองนี้หนาวมาก เมื่อครั้งคนมาอยู่ใหม่ ๆ มีแร่เยอรมาเนียมมากมายและเกือบบริสุทธิ์ ครั้งนั้นมีเครื่องทำความอบอุ่นอย่างสบาย แต่เวลานี้บ่อแร่เกือบจะมีแต่หินล้วน ๆ ผู้คนยากจน เครื่องทำความอบอุ่นชะงัก ดวงอาทิตย์ที่พิภพเซแรสนี้ซีดมาก อากาศหนาวจัด ซิตกากับภรรยาเดินหาโรงแรม ถนนหนทางเงียบเหงามาก ผู้คนที่เขาพบแต่งกายเครื่องกันหนาวอย่างหนาแน่น หาคนยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ได้เลยสักคนเดียว
ซิตกา !... ชายคนหนึ่งร้องเรียก ซิตกาเหลียวไปมอง ชายคนนั้นเคราหงอกประปราย ทีแรกซิตกาจำไม่ได้ แต่เมรี่ร้องขึ้นว่า อารอน ! อารอน เคาสลิค ! ซิตกาจึงระลึกได้ และจำตำหนิแผลเป็นที่ตาข้างขวาของเขาได้ อารอนเป็นเพื่อนเก่าและเป็นนักเลงอันธพาลที่สุดในสมัยเมื่อบ้านเมืองยังใหม่และครึกครื้นอยู่ภายใต้หลังคาฝาชีปลาสติก
อ้อ ! ... สบายดีหรือ ? ไม่อยู่คุกแล้วหรือ ? ซิตกาถามพลางหัวเราะ
คุกตรางไม่อยู่แล้ว เวลานี้ฉันเป็นคนดี เป็นผู้จัดการคุกแล้ว เป็นนายกเทศมนตรีเซแรส มากับฉันซี ไปกินน้ำชาด้วยกัน
ชั่วโมงต่อมา ซิตกาจึงทราบว่า พิภพเซแรสนี้บ้านเมืองกำลังสิ้นใจเพราะแร่เยอรมาเนียมหมดไปแล้ว เหลือแต่หิน ประชาชนไม่มีเงินซื้ออาหาร และยูเรเนียมซึ่งเป็นกำลังเดินเครื่องจักรให้บ้านเมืองสว่างไสวและอบอุ่นก็ไม่มีเหลือ ประชาชนหมื่นคนจะต้องหาทางไปอยู่โลกอื่น อารอนบอกกับซิตกาว่าอะไรไม่สำคัญเท่ากับพวกเด็ก ๆ ที่กำลังอดอยาก อารอนขอร้องให้ซิตกาช่วยระบายผู้คนไปพิภพอื่นโดยราคาเป็นกันเองจะได้หรือไม่ ซิตกาบอกว่ามิดาสบรรทุกคนไม่ไหวแล้ว อารอนก็เสียใจบอกว่า
เราไม่สามารถเรียกจรวดแบบใหม่ให้บรรทุกคนของเราไปได้ทั้งหมด ค่าโดยสารแพงเหลือเกิน แต่ก็ต้องพยายามเอาคนหนุ่ม ๆ ไปก่อน นอกนั้นก็ให้หนาวตาย อดตายอยู่ที่นี่แหละ
ซิตกากับเมรี่เห็นว่าตนเองอยู่ไม่ได้แล้วก็กลับมาที่จรวดของตน ตั้งใจจะเดินทางไปโดยปราศจากจุดหมาย มิดาสนั้นชำรุดไปบ้าง เครื่องถือท้ายไม่สู้ดี แต่คนทั้งสองไม่มีจุดหมายปลายทาง ดังนั้นจรวดจะแล่นตรงหรือไม่ ไม่ใช่ของสำคัญ ที่สำคัญคือมันยังแล่นได้อีกหลายสิบปี ซิตกากำลังทดลองเครื่องก่อนออกเดินทาง ก็เห็นคนหมู่หนึ่งเดินตรงเข้ามา ขึ้นบันไดซึ่งเขาไม่ได้ชักขึ้น คนเหล่านั้นมีอาการเหมือนกับจะมาชมเครื่องจรวด ซิตกาไม่พอใจแต่ก็จำใจออกไปต้อนรับ
อารอน เคาสลิค นำหน้าหมู่ แนะนำกับซิตกาว่า นี่ลูกสาวฉัน โดโรที เป็นครูโรงเรียน พวกนักเรียนอยากมาดูมิดาส น่าสงสารชีวิตเด็กพวกนี้มืดแปดด้าน ครูพามาก็เพื่อให้เขามีความสนุกสนานบ้างเท่านั้น
เด็กพวกนั้นคุยกันแซ่และปลดเสื้อชุดอวกาศออก อารอนพูดว่า พวกเด็ก ๆ อยากดูเครื่องยนต์มากที่สุด ลูกสาวฉันอธิบายให้เด็กฟังได้.... ปล่อยให้เขาพากันไปดูเอง... เรามานั่งคุยกันก่อนเถอะ อารอนพูดแล้วก็นั่งในที่ขับจรวด
๑๕ นาทีต่อมา ซิตกาทนอยู่ไม่ได้ ก็ลุกไปยังห้องเครื่อง คิดในใจว่า : เด็กสาว ๆ เท่านี้จะมีความรู้อะไร ? จะอธิบายเครื่องกลไกได้อย่างไร?" พอโผล่ไปที่ประตู ซิตกาก็เห็นเด็กล้อมรอบครูสาว เด็กบางคนพังคำอธิบายพลางเอามือลูบเครื่องกลไกที่ใหญ่โตบางส่วนซึ่งอยู่ในลักษณะพัก และซิตกาก็ฟังครูสาวอธิบายเหมือนกัน เขาอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ ครูผู้นี้รู้จักเครื่องยนต์ดีที่สุด ตอบคำถามของนักเรียนได้คล่องแคล่วไม่ว่าใครจะถามอะไร.... มีเด็กคนหนึ่งถามครูว่า :
คุณครูครับ... จริงหรือที่ว่าเครื่องยนต์นี้มีกำลังมากกว่าศูนย์ยูเรเนียมของเรา...
แน่หละ เธอ มันมีกำลังมากพอที่จะให้แสงสว่างและทำความอบอุ่นได้ทั้งเมือง ร้อยปีก็ไม่หมด และไม่ต้องเสียอะไรเลย เพราะมันเดินด้วยไฮโดรเย็นของน้ำ ไม่ใช่เดินด้วยยูเรเนียม
อย่างนั้นทำไมเมืองเราจึงไม่ซื้อเครื่องชนิดนี้ใช้ละครับ เครื่องที่เราใช้อยู่นั้นเปลืองเหลือเกิน
เครื่องยนต์อย่างมิดาสนี่ไม่มีใครเขาสร้างกันแล้ว เพราะมันแพงมาก นายซิตกาซื้อได้ราคาถูกก็เพราะมันล้าสมัย ไม่มีใครใช้...
ซิตกาเดินกลับไป เขาผ่านไปทางห้องครัวซึ่งเมรี่กำลังเตรียมอาหาร เขากระซิบกับเมรี่สองสามคำ เมรี่นิ่งฟังอย่างตั้งใจแล้วหันไปจูบแก้มซิตกาเหมือนจะเป็นสาวใหม่ ซิตกาตรงไปที่ห้องขับจรวดซึ่งอารอนนั่งสูบกล้องอยู่อย่างไม่สบายใจ
อารอน ซิตกาพูด บอกมาซิว่าฉันควรจะเอามิดาสไปวางไว้ตรงไหนจึงจะสะดวกแก่พวกช่างไฟฟ้า.... ฉันจะเอามิดาสเป็นของขวัญให้คนเมืองนี้ และฉันจะอุทิศตัวเป็นครูสอนเครื่องยนต์ให้กับเด็ก ๆ เพื่อจะได้รู้จักทำศูนย์ไฟฟ้าแบบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น...
อารอนลุกขึ้น... เขาจะพูด แต่อัดอั้นตื้นตันใจพูดไม่ออก ได้แต่จับมือของซิตกาไว้แน่น แต่ในที่สุดก็กล่าวคำขอบใจออกมาด้วยเสียงเครือ ๆ ตาเฒ่าซิตกายิ้ม เขายอมรับชีวิตใหม่ซึ่งสำหรับเขาเหมือนติดคุก แต่เขาก็มีความสุข มิดาสอันเก่าแก่ของเขามีประโยชน์บ้างแล้ว สำหรับผู้อื่นและตัวเขาด้วย ดียิ่งกว่าแล่นไปโดยไม่มีจุดหมาย

จากหนังสือ"วีรธรรม"ฉบับที่ ๑๘๑ เดือน พฤศจิกายน ๒๕๐๓