ครั้งหนึ่งในคืนคริสตมาส
ไก่งวงเป็นอย่างไรบ้าง! ฉันกลัวมันจะสุกเร็วเกินไป
นางปาวิลลีพูดแล้วก็ลุกขึ้นไปดูไก่งวงในเตาอบ ซึ่งจะเป็นของเลี้ยงกันในคริสตมาสคืนนี้ ส่วนสามีกับบุตรชายกำลังเพลินเล่นต่อแต้มไม่ได้เงยหน้าเลย
ดูซิคะ, เปียร์, มันอ้วนดีจริง ๆ!
ไก่งวงส่งไอหอมฟุ้งเข้ามาในห้อง ทำให้เปียร์ ปาวิลลีขยับตัวร้องด้วยความพอใจว่า :
ที่หนึ่ง! น่ากินเหลือเกิน
ฟรังซัวส์ตบมือด้วยความกระหาย ไก่งวงเป็นของวิเศษอย่างหนึ่งสำหรับคืนคริสตมาส พร้อมด้วยต้นสนที่ฉาบด้วยสำลีแทนหิมะ อีกชั่วโมงหนึ่ง มันก็...
นางปาวิลลีพูดไม่จบประโยค เสียงรถยนต์ห้ามล้อดังสนั่นอยู่ภายนอก
คืนคริสตมาสก็ไม่เว้น ๑๑ โมงยังมีคนมาเติมน้ำมัน งานเป็นงาน... ไม่ควรให้ลูกค้ารอ...
เปียร์ ปาวิลลีได้เปิดไฟไว้ที่ปั๊มน้ำมัน หมายความว่าเขายังไม่เลิกบริการ อีกประการหนึ่งปั๊มน้ำมันก็ต้องควรเปิดไฟไว้ตลอดรุ่ง เป็นต้นในคืนที่มีหิมะตกรถแล่นยากเหมือนคืนนี้ เปียร์เดินตรงไปยังประตู ภรรยาร้องบอกว่า คุณจะออกไปอย่างนั้นไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องใส่เสื้อขนสัตว์
เขาจึงหันมาคว้าเสื้อ ทันใดเสียงแตรก็ดังขึ้น เป็นเสียงสั้นที่สุด
รีบร้อนจริงนะ นายคนนี้!
แต่คนขับนั้นหาได้รีบร้อนอย่างที่เปียร์คิดไม่ เพราะไม่ได้เปิดแตรซ้ำอีกเลย เปียร์เปิดประตูออกไป ลมหนาวกระโชกมาโดยแรง ปะทะหน้าเหมือนถูกหวดด้วยแซ่ หิมะปลิวว่อนอยู่รอบตัว
รถเรโนต์คันหนึ่งหยุดอยู่ที่ปั๊มแรก เขาเดินตรงไปหา ทันใดเขาหยุดชะงัก หันไปดูทางขวาอันเป็นลานซีเมนต์เชื่อมกับถนน รถยนต์คันหนึ่งพุ่งปราดออกไปโดยแรง แปลก ๆ จริง, คนมาทำอะไรกันที่นี่! เปียร์คิดในใจ แต่เขาไม่มีเวลาพอที่จะตอบปัญหา เขากลับไปยังรถเรโนต์ ไฟรถยังไม่ดับ เครื่องยังครางอยู่เป็นปกติ เขาเดินเข้าไปไม่ถึงสองก้าวก็ประหลาดใจ ในรถไม่มีคน
ความพิศวงทำให้เปียร์เกิดความกลัว เป็นความกลัวที่มืดมนไม่มีเหตุผล เขาตลึงอยู่ครู่หนึ่ง ความหวาดเสียวร้อยพันชนิดแล่นปะปนอยู่ในความคิด เขาระลึกถึงเหตุการณ์อันน่าสยดสยองที่เขาได้อ่านในหนังสือ แต่แล้วเขาก็สลัดความกลัวไปทันที เพราะอย่างไรเขาก็จะต้องรู้เรื่อง เขาวิ่งไปที่รถเรโนต์ ก้มลงไปติดกระจก เขาต้องผงะหงาย คราวนี้ยิ่งกลัวมาก เขาจับลูกบิดโดยเร็วเปิดประตูทันที
อะไรกันนี่?
ใครจะตอบคำถามได้ ในรถมีคน แต่คนนั้นหมอบนิ่งซบอยู่กับพวงมาลัย แขนขวาห้อย ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เปียร์เห็นว่าในรถไม่มีคน เปียร์ก้มลงไปชิดตัวคนก็ยังเห็นว่าหายใจอยู่ เขาวิ่งอ้อมไปประตูหนึ่งเพื่อจะเอาคนออกมาได้ง่าย ๆ
ในเวลาเดียวกัน ฟรังซัวส์บุตรชายก็โผล่ออกมาจากบ้าน
คุณพ่อทำอะไรครับ?
ไปบอกแม่มาช่วยกันหน่อย, เร็ว มีคนไม่สบาย
เมื่อเปียร์มาถึงประตูรถอีกด้านหนึ่ง เขาก็พึมพำว่า เอ๊ะ! ประตูนี้เปิด เขาไม่รอช้าที่จะหาเหตุผล รีบอุ้มคนในรถออกมาแล้วก็เอาขึ้นบ่าแบกเข้าไปในบ้าน เวลานี้เองมีสิ่งหนึ่งกระทบตา ระหว่างลานซีเมนต์ของปั๊มน้ำมันกับถนนมีรอยชัดเจนอยู่บนหิมะใหม่ ๆ เป็นรอยเท้าคน แต่รอยนั้นมาจากถนน เป็นรอยมาไม่มีรอยกลับ
ใครเป็นผู้ข้ามถนนมา, คนขับรถเรโนต์กระมัง? เป็นไปไม่ได้ รถเรโนต์ไม่ได้แล่นมาที่นี่แต่คันเดียว ยังมีอีกคันหนึ่งซึ่งเปียร์ก็ได้ยินแล้ว และต่อมาก็ยังมีเสียงแตรรถอีกด้วย... ความลึกลับได้เกิดขึ้นอย่างแน่แท้ เปียร์หันมองดูรอบ ๆ ด้วยความหวาดหวั่น
คุณพระช่วย! นั่นตายแล้วหรือยัง?
นางปาวิลลีวิ่งตามฟรังซัวส์ออกมาเห็นสามีแบกคนก็ร้องถาม และเปียร์ก็ตอบว่า: ยัง! แต่ต้องรักษา...
สองนาทีต่อมา คนเจ็บก็นอนอยู่บนเก้าอี้ ๓ ตัวต่อกันในห้องครัว ขณะที่เปียร์เปลื้องเสื้อคลุมและผ้าพันคอของคนเจ็บอยู่นั้น นางปาวิลลีก็ร้องขึ้นและชี้ที่หน้าผากของคนเจ็บ
เปียร์ คนนี้ถูกตี ดูซี โนเบ้อเร่อ!
ที่หน้าผากมีรอยเขียวนูนโต
ฉันเห็นแล้ว เปียร์พูดเบา ๆ เขาถูกคนทำร้าย เธอช่วยพยาบาลไปก่อน ฉันจะเรียกหมอ แล้วฉันจะโทรไปหาตำรวจ รอช้าไม่ได้ถ้าเราอยากได้ตัวผู้ร้าย
ในขณะที่เปียร์กำลังโทรศัพท์เรียกหมอนั้น ความคิดของเขาแล่นไปยังรอยเท้าที่อยู่ในหิมะกับรถยนต์คันที่แล่นออกไปโดยแรงนั้นด้วย
ฮัลโล นายแพทย์ดูวาลใช่ไหมครับ? ที่นี่ปั๊มน้ำมันแอสโซครับ โปรดมาเร็ว ๆ หน่อยครับ ผมมีคนป่วยถูกทำร้ายที่หน้าร้านผมเอง ... ครับ, ถูกทำร้าย... กำลังสลบ... ครับ, ปั๊มน้ำมันแอสโซ เหนือฝั่งตีบูวิล.. เร็ว ๆ นาครับ
เปียร์วางหูโทรศัพท์ คิ้วขมวดด้วยความคิด เขามองคนเจ็บแต่ไม่ได้ดูเลย
คุณไม่เรียกตำรวจหรือ?
ยังก่อน, ฉันจะไปตรวจอะไรข้างนอกอีกเล็กน้อย
เปียร์พูดเท่านั้นก็วิ่งออกจากบ้าน งับประตูตามหลังไปด้วย
เขาออกไปไม่ถึง ๕ นาทีก็กลับมาและตรงไปที่โทรศัพท์ ไม่ทันถอดเสื้อขนสัตว์ เขาหมุนโทรศัพท์พลางมองดูภรรยาซึ่งกำลังเอาน้ำลูบหน้าคนเจ็บ ภรรยาของเขาเงยหน้าพูดว่า: หายใจปกติแล้ว, เห็นจะไม่เป็นไร...
ขณะนี้ทางปลายสายมีคนรับโทรศัพท์
ฮัลโล, ที่นี่ปั๊มน้ำมันแอสโซ, ผมปาวิลลี นั่นสถานีตำรวจใช่ไหมครับ? อ้อ, ท่านสารวัตรหรือครับ... ครับ, ผมเองปาวิลลี สวัสดีครับ เรื่องสกปรก คนขับรถเรโนต์ถูกทำร้ายที่หน้าปั๊มผมเอง... ไม่ตายแต่สลบ, ผมเอาเข้ามาในบ้านแล้ว ผมเรียกหมอแล้ว.... ไม่หรอกครับ, ยังสลบอยู่, ภรรยาผมกำลังพยาบาล คุณต้องจับตัวผู้ร้ายได้แน่ทีเดียว เปล่าครับ, ผมไม่ได้เห็นมันเลย แต่ผมบอกคุณได้ เวลานี้มันแล่นไปทางมาร์วิลลิเอร์... ครับ, มันออกจากที่นี่.... คุณจดไว้หรือเปล่า... งั้นดีแล้วครับ... มันมาด้วยกันสองคนผู้หญิงกับผู้ชาย, ผู้หญิงเป็นคนขับ ใส่รองเท้าบูตยาง ส่วนผู้ชายนั่งอยู่ข้าง ๆ ขาเป๋ข้างซ้าย สวมร้องเท้าติดกลีบส้ม... อายุ? ผมจะทราบได้อย่างไรละครับ, ผมไม่ได้เห็นหน้าตามันเลย... ผมเห็นแต่รอยเท้าเท่านั้นแหละครับ, แต่ผมบอกได้ว่ามันทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์: เครื่องประดับเป็นแน่ เป็นวัตถุโบราณอียิปเชี่ยน... ครับ อียิปเชี่ยน... ของที่มันได้ไปอยู่ในกระเป๋าหนังสีแดง...
เปียร์ ปาวิลลีสะดุ้งแทบจะปล่อยหูโทรศัพท์ เขาได้ยินเสียงคนเจ็บพูด คนเจ็บขณะนี้ฟึ้นขึ้นแล้ว และในทันทีที่ได้ยินเปียร์พูดเขาก็ร้องรับว่าที่เปียร์พูดนั้นถูกต้องแล้ว ฟรังซัวส์กับมารดาก็ตกตลึงเหมือนกัน ทางปลายโทรศัพท์สารวัตรก็ประหลาดใจที่ผู้พูดสายเงียบเสียง
เดี๋ยวครับ, ท่านสารวัตร, อย่าเพ่อวางสาย เปียร์รีบพูด คนเจ็บฟื้นแล้ว, เขาบอกผมว่าของที่คนร้ายเอาไปนั้นเป็นเครื่องประดับอียิปเชี่ยน อยู่ในกระเป๋าหนังใบเล็กสีแดง, ขอโทษครับท่านสารวัตร, ผมเพิ่งนึกได้, แต่อย่าพูดเวลานี้เลยครับ, มันจะยืดยาว... ครับ ๆ ผมเข้าใจแล้ว คุณต้องระวังให้ดีนะครับ คุณต้องเจอมันอย่างแน่นอน อย่าให้หนีได้นะครับ แล้วเปียร์ก็วางสาย
ผมขอชมเชย คนเจ็บยิ้มแล้วพูด คุณช่างรู้เรื่องทันใจเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่คุณไม่เห็นคนร้าย สมควรเป็นเชอร์ล็อกโฮม คุณรู้ได้อย่างไรครับ?
ไม่ยากอะไรเลย เรื่องมันกระจ่างอยู่แล้ว เปียร์พูดซื่อ ๆ ผมจะอธิบายให้คุณฟังว่าทำไมผมถึงรู้: มันมีรอยอยู่นี่ครับ, รอยในหิมะ.. รอยเท้าที่ทำให้เปียร์ทายเรื่องได้นั้นไม่ได้ข้ามถนนมาหาปั๊มน้ำมัน เมื่อเปียร์โทรศัพท์เรียกหมอแล้วออกมาตรวจอีกครั้งหนึ่ง เคราะห์ดีที่หิมะยังไม่ทันกลบรอยทั้งหมด ยังเห็นได้ชัดเจนสด ๆ ว่าผู้ชายที่เดินมานั้นใส่รองเท้าใหญ่ติดกลีบส้ม, ยิ่งกว่านั้นยังมีที่ผิดสังเกต คือเท้าข้างหนึ่งเป็นข้างซ้ายหนักกว่าอีกข้างหนึ่ง ทุกรอยมีหิมะกระจายอยู่รอบ ๆ เห็นได้ว่าผู้ชายคนนี้เท้าซ้ายเขยกมากทีเดียว เปียร์ตรวจรอยเท้านี้ออกไปจากรถเรโนต์ไปจนถึงถนน แต่แล้วก็ไม่มีอะไรที่จะสังเกต มีแต่หิมะเป็นกอง ๆ เพราะรถอื่น ๆ แล่นอยู่แล้ว เปียร์กลับมาที่รถเรโนต์แล้วก็คิดสร้างภาพเหตุการณ์อยู่ในใจว่าขณะที่รถเรโนต์มาหยุดอยู่หน้าปั้มอันแรก ผู้ร้ายคงอยู่ระหว่างถนนกับทางลาดซีเมนต์และวิ่งมาเพียงห้าเมตรก็ถึงรถเรโนต์ ตรงเข้าทำร้ายคนขับซึ่งกำลังจะโผล่ออกประตูรถทันที คนขับก็กลับฟุบลงไปกับพวงมาลัย แขนห้อยลงไปถูกสายแตร แตรก็ดังขึ้นสั้น ๆ ทำให้เปียร์คิดว่ามีคนมาเร่งให้เติมน้ำมัน และในขณะนั้นผู้ร้ายก็คว้าเอาสิ่งที่มันอยากได้...
เป็นอย่างนั้นจริงครับ คนเจ็บที่กำลังทึ่งฟังคำอธิบายของเปียร์พูดต่อทันที กระเป๋าหนังสีแดงของผมวางอยู่ที่เบาะหน้าข้าง ๆ ตัว...
เปียร์เล่าต่อไป
และผู้ร้ายนั้นได้ยินเสียงแตร มันก็ตกใจ คิดว่าผมจะต้องออกมาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นมันจึงออกวิ่ง แต่ไม่ข้ามถนน เพราะผู้ช่วยของมันในเวลาเดียวกันนั้นก็ถอยรถมารับเพื่อจะได้หนีไปโดยเร็วทางมาร์วิลลิเอร์ ผมก็เลยนึกขึ้นได้ทันทีว่า เหตุนี้เองที่รอยเท้าคนไม่ข้ามถนน เมื่อคนร้ายทำการเสร็จแล้วก็วิ่งไปทางลานซีเมนต์ และที่นี้เองไม่มีปัญหาเลย ฟรังซัวส์กับผมได้ช่วยกันกวาดล้างไว้อย่างเรียบร้อยแล้วเมื่อตอนเย็น และเพื่อจะให้แน่ใจขึ้นอีก ผมก็เดินไปที่ถนนโดยไม่คิดว่าจะได้รู้อะไรมากนัก แต่เพราะหิมะที่แข็งอยู่กับยางมาตอย ผมก็รู้มากขึ้นอีก คือเมื่อนางผู้หญิงถอยรถมารับเจ้าผู้ชายนั้นเลี้ยวขวาหนักเพื่อจะรับให้ใกล้ที่สุด ล้อก็เลยขึ้นไปบนลานเป็นรอยใหม่ชัดเจน ผมก็ก้มลงไปดูเห็นเป็น อาร์มสตรอง ชนิดบุกหิมะ คุณทราบไหมครับ, ยางรถอเมริกัน, ผมเคยมาแล้วทั้งนั้นนับร้อย ๆชนิด, ผมก็ทายได้ทันทีว่าผู้ร้ายขับรถอเมริกัน... เรื่องสำคัญยังมีอีก, ใกล้ผมนั่นเอง, มีรอยเท้าของอีกคนหนึ่งปนอยู่กับรอยเท้าของคนขาเป๋, เป็นรอยเท้าผู้หญิงอย่างชัดเจนแบบเดียวกันหมด, คนแถวนี้ไม่มีเหมือน, ส้นกลม ๆ เป็นรองเท้าบูตยาง, ผมสงสัยทันทีว่าทำไมผู้หญิงจึงลงจากรถ, ผมคิดอย่างรวดเร็ว, คุณคิดว่าเขาลงมาแย่งของกันหรือครับ, เปล่าเลย, คนทั้งสองรีบร้อนมาก, ถ้าเจ้าผู้ชายวิ่งหนีนางผู้หญิง ผมก็คงได้เห็นตัวแล้วในขณะที่ผมออกมานั่นเอง, แต่นี่ไม่สำคัญ, ที่ผมรู้ว่าผู้หญิงเป็นผู้ขับรถก็เพราะรอยเท้านั้นเดินอ้อมรถ ผมก็จะกลับเข้ามาโทรศัพท์ไปหาตำรวจ, แต่พอขยับตัวจากรอยเท้าก็เห็นสิ่งหนึ่งสะท้อนแสงสีแดง ๆ อยู่บนหิมะ ผมก็ก้มลงไปเก็บ มันเป็นพลอยประหลาด ผมมารู้แน่เอาทีหลังก็ตอนที่คุณฟื้นและพูดถึงกระเป๋าหนังของคุณนั่นเอง คือที่ผมคิดว่าทำไมผู้หญิงจึงลงจากรถ, ไม่ใช่มาแย่ง, แต่เพราะว่าเมื่อเจ้าผู้ชายคว้ากระเป๋ามานั้น กระเป๋าคงเปิดและสิ่งของก็ร่วงออก ผู้หญิงเห็นก็ลงมาช่วยกันเก็บ และด้วยความรีบร้อนเพราะมันรู้แน่ว่ายังไงเสียผมก็ต้องออกมา พลอยเม็ดนี้เล็กมากจึงลอดสายตามันได้, นี่ยังไงละครับ, ผมไม่ใช่คนมีความรู้ แต่ผมเคยเห็นพลอยเม็ดนี้แล้ว อยู่ในหนังสือวารสารเมื่อไม่นานมานี้เอง เขาลงรูปเครื่องประดับของคนอียิปต์โบราณ พร้อมทั้งพิมพ์รูปกระเป๋าหนังสีแดงไว้ด้วย, พลอยเม็ดนี้สลักเป็นตัวด้วงใช่ไหมครับ ถ้าผมจำไม่ผิด
ใช่, จริงของคุณทั้งหมด ชายที่ถูกทำร้ายรับรอง เป็นตัวด้วงสลักในหินโมรา, เป็นชิ้นหนึ่งที่สวยที่สุดที่ผมไปได้มา คุณเป็นคนเฉียบแหลม ไม่มีใครเหมือน, ผมชื่ออังเดร ลอมมองค์ เป็นนักโบราณคดี เพิ่งกลับมาจากอียิปต์ จะไปพักคืนคริสตมาสที่บ้านศราศตราจารย์วินเซนต์ ครูของผมซึ่งเป็นผู้ชำนาญวัตถุโบราณของอียิปต์, และผมต้องการเอาของที่ผมได้มาจากที่ฝังพระศพของราชินีมาเนรูไปให้ท่านดู ผมเอามาหลายสิ่งล้วนแต่มีราคาทั้งนั้น เคราะห์ร้ายผมมาถึงปารีสก็ค่ำแล้ว, ยางยังแตกเสียอีกสองครั้ง ขณะแวะที่โรงซ่อม ผมไปรับประทานกาแฟแก้หนาว ผมถือกระเป๋าติดตัวตลอดเวลา มีหญิงชายคู่หนึ่งมองผมอย่างแปลกปลาด เป็นผู้ร้ายสองคนนั่นเอง แต่เวลานั้นผมไม่ได้คิด, เมื่อซ่อมยางแล้ว ผมขับรถไปได้สักหนึ่งกิโลเมตร ผมก็เห็นรถอเมริกันแล่นตามผม มันไม่ยอมขึ้นหน้าอย่างเห็นชัด, ผมชักไม่สบายใจ, มันต้องการอะไร, มันต้องการกระเป๋าผมแน่ ของในกระเป๋าเป็นของโบราณมีราคามาก ผมขับช้ามันก็ขับช้าเหมือนกัน ผมขับเต็มที่มันก็ติดหลังอยู่นั่นเองไม่สิ้นสุด ทันใดมันแซงขึ้นหน้าเบียดผมเข้าไปข้างทาง ผมเลยต้องชะลอหยุดติดกับปั๊มของคุณ นึกในใจว่าจะต้องต่อสู้กันแล้ว พอผมเปิดประตูรถจะออกไปร้องเรียกให้คนช่วย มันก็มาถึงตัวแล้ว มันตีศีร์ษะผมอย่างแรง ผมก็เลยไม่รู้สึกตัว...
เมื่อหมอดูวาลมาถึงช้าไปสองสามนาที นักคดีโบราณกำลังคุยจ้อถึงเรื่องที่เขาไปค้นคว้าวัตถุโบราณในประเทศอียิปต์ให้ฟรังซัวส์และเปียร์ฟังด้วยความทึ่งหมอก็ลงมือตรวจคนเจ็บแล้วก็บอกว่าไม่สาหัสมากนัก
เคราะห์ดีจริงที่ถูกหน้าผาก หมอพูดยิ้ม ๆ และหัวของคุณก็แข็งมาก ถ้าเลยไปอีกนิ้วเดียวก็จะไม่เป็นเช่นนี้
ทันใดกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น, ทุกคนสะดุ้ง, ต้องเป็นตำรวจโทรมาแล้ว เปียร์รับสายส่งให้อังเดร ลอมมองต์
ท่านสารวัตรใช่ไหมครับ? มีอะไรหรือครับ?...
สำเร็จแล้ว, จับได้แล้ว, เร็วเหลือเกิน หน้าโรงพักนี่เอง ผมจะเล่าให้ฟัง เป็นเพราะคืนนี้มีมีซาเที่ยงคืน ผู้คนเดินไปวัดกันเต็มถนน คุณรู้ไหม คืนคริสตมาสที่มาร์วิลลิเอร์ไม่เคยมีใครรีบร้อนเลย เดินกันตามสบาย รถอเมริกันคันเบ้อเร่อแล่นมาเต็มที่ เปิดแตรเสียงลั่น คนก็ไม่หลบ ไอ้รถนั่นแล่นผ่าฝูงคนเข้าไปเลย เสียงผู้หญิงกับเด็กร้องวี้ดว้าด พอดีตำรวจจะออกไปตามจับผู้ร้ายตามที่คุณบอกเห็นเหตุการณ์
ไม่ต้องสงสัยแล้ว ผู้ร้ายนั่นเอง พวกตำรวจร้อง แล้วก็พุ่งจักรยานยนต์เข้าไปบังคับให้หยุด เป็นผู้ร้ายของคุณจริง ๆ ผู้หญิงเป็นคนขับ ผู้ชายขาเป๋ ได้กระเป๋าหนังสีแดงด้วย มันไม่ยอมรับ... แต่หมดเวลาเสียแล้ว เข้าห้องขังไปแล้ว คืนนี้เป็นคืนคริสตมาส พวกตำรวจต้องรักษาความเรียบร้อยเป็นพิเศษ ถ้าคนเจ็บของคุณฟื้น โปรดพามาที่โรงพักหน่อย เพื่อให้สำเร็จเรื่องของเจ้านกสองตัวนี้
เปียร์หันไปมองนักโบราณคดีเป็นเชิงถาม "ตกลงครับท่านสารวัตร เราจะไปโรงพักกัน...
มันถูกจับแล้ว ตำรวจเก่งจริง ฟรังซัวส์ร้องขึ้นอย่างชอบใจและกระโดดโลดเต้นเข้าไปในครัว
แต่มารดาของเขาร้องเสียงแหลม
ตาย! ไก่งวง!
นางปาวิลลีวิ่งเข้าไปในครัว เปิดเตาอบ เอาไก่งวงออกมา มันดำปื้อไปหมด นักโบราณคดีเห็นก็สงสาร ขอโทษที่เขามาทำให้ไก่งวงไหม้เพราะการมาเอาใจใส่ในเรื่องของเขา แต่เปียร์พูดตัดบทว่า
ไม่สำคัญนัก ถูกอัคคีภัยนิดเดียวเท่านั้น หนังมันเกรียมเท่านั้น ข้างในยังดีอยู่ พวกเราขอเชิญคุณลอมมองต์มาร่วมกันคืนนี้ด้วย พรุ่งนี้ก็มีเวลา.... เวลานี้ไปฟังมีซากันก่อน, ประเดี๋ยวจึงค่อยมารื่นเริง
แดนทอง

จากหนังสือ "วีรธรรม" ฉบับที่ ๑๘๕