
โกงดาว
เหตุการณ์ในอนาคตไม่เหมือนปัจจุบัน เพราะโลกเจริญมาก แม้ผู้ที่หากินในทางทุจริตก็ไม่ฉ้อโกงกันด้วยเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ หรือขโมยเพชรพลอยกันทีละเม็ดสองเม็ด แต่จะฉ้อโกงเอาดาวกันเป็นดวง ๆ เป็นโลก ๆ เพราะว่าดาวหรือโลกนั้น ๆ เป็นยูเรเนียมทั้งตัว
บุคคลสองคนที่จะกล่าวถึงนี้เป็นเจ้าของจรวดเก่า ๆ ลำหนึ่ง ใช้เดินทางระหว่างดาวซีร์กับโลก คนทั้งสองนี้ไม่สุจริต เคยอยู่คุกมาหลายแห่งแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผู้ร้ายใหญ่โต เป็นเพียงพ่อค้าของเถื่อนและก่อการวิวาทเท่านั้น
คนที่ชื่อโกลินเป็นผู้เชี่ยวชาญในการขับจรวด เมื่ออยู่ในคุกครั้งสุดท้ายเขาคิดโครงการร่วมกับบูร์ก ครั้นออกจากคุกเขาทั้งสองก็ช่วยกันทำงานรวบรวมเงินซื้อจรวดเก่า ๆ ได้ลำหนึ่งสำหรับบรรทุกสินค้าไปส่งตามดาวที่อยู่ใกล้ ๆ และที่ไม่ใคร่มีใครไป
เขาเดินทางไปเป็นเวลาสามสัปดาห์ก็เข้าใกล้โลกซีร์ โลกนี้มีพระจันทร์สามดวง ดวงอาทิตย์ของโลกนี้คือดาวสุนัข โกลินกับบูร์กไปยังโลกซีร์ก็เพื่อเอาปุ๋ยไปส่งให้แก่ชาวโลกเราที่ขึ้นไปตั้งรากฐานอยู่ในดาวดวงนั้น มีจำนวนทั้งหมด ๒๓ ครอบครัวและอยู่กันมาสามปีแล้ว
ขณะนี้จรวดของโกลินเข้าอยู่ในความดึงดูดของโลกซีร์แล้ว โกลินก็เบาเครื่องเพื่อจะได้ลงสู่พื้นโลกได้อย่างราบรื่น ทันใดนั้นหูของเขาก็ได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังขึ้น เขาร้องถามบูร์กว่า
“เสียงอะไรกัน ได้ยินไหม?”
บูร์กกลับย้อนถามว่า “เสียงที่ไหน?” บูร์กเข้าใจว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นคือเสียงของจรวดเอง มันดังมากเพราะมันเก่าแก่เวลาแล่นเขย่าไปทั้งตัว
แต่ไม่ช้าบูร์กก็โคลงศีรษะด้วยความสงสัย เพราะเสียงนี้มาจากห้องเก็บสัมภาระ” บูร์กตะโกนแข่งกับเสียงนั้น
“เอ ผมคิดว่าเสียงมันมาจากที่อื่น ผมจะลองแล่นออกนอกบรรยากาศอีกที ดูว่าจะมีเสียงหรือไม่ แล้วจึงค่อยลงดิน” โกลินพูดแล้วก็เชิดหัวจรวดและเปิดเครื่องผ่อนความดึงดูดของโลกให้น้อยลง ห้านาทีต่อมาจรวดก็เข้าสู่อวกาศ
“แปลกจริง เสียงหายไปไหนหมด” คนทั้งสองเปิดไฟฟ้าให้รองเท้าพื้นเหล็กกลายเป็นแม่เหล็กเพื่อจะได้ไต่ลำจรวดออกไปสำรวจภายนอกได้สะดวก ส่วนบูร์กลงไปในห้องสัมภาระ ณ ที่นี้เขาได้ยินเสียงแกร็ก ๆ เบา ๆ เหมือนมอดกัดไม้ แล้วบูร์กก็เอามีดงัดฝาหีบซึ่งมีอักษรเขียนไว้ว่า “อันตราย ลูกระเบิด” ในหีบนี้เต็มไปด้วยเครื่องมือสำหรับสำรวจแร่ เช่น พลั่ว,โยทกา, ลูกระเบิดสำหรับพังภูเขาและมีเครื่องไกเกอร์อีกชนิดหนึ่ง เครื่องนี้เองที่ส่งเสียง ขณะนี้มันดังค่อยที่สุด
โกลินกับบูร์กมีความคิดตรงกัน ขณะนี้คนทั้งสองทำตาโต โกลินพูดขึ้นว่า
“เวลานี้เราอยู่ห่างจากซีร์หลายหมื่นกิโลเมตร แต่เครื่องสำรวจมันยังดังอยู่อีก เมื่อกี้นี้มันดังโครมครามอึกทึกก็เพราะเราเข้าไปอยู่ในบรรยากาศของซีร์ซึ่งเป็นยูเรเนียมทั้งตัว....”
คนทั้งสองเป็นคนชนิดเดียวกัน บูร์กหัวเราะจนหุบปากไม่ลง “เรารวยแน่คราวนี้ ให้เรารู้จักวิธีเอาเท่านั้นแหละ
“คุณไม่ต้องวิตก” โกลินพูด “ผมคิดเอง”
เมื่อจรวดอยู่โลกซีร์แล้ว... เครื่องไกเกอร์ก็ไม่ได้แสดงอะไรอีกเลย เพราะโกลินได้เอาเครื่องประกอบอันสำคัญออกไปแล้ว คนในโลกนี้ต้อนรับโกลินและบูร์กเป็นอย่างดีเพราะปีหนึ่งจะได้เห็นกันสักสองครั้ง เป็นต้นเวลาที่เขาทำการเพาะปลูกและคอยปุ๋ย นายแคมป์ผู้เป็นหัวหน้าประชาชนในโลกซีร์ ได้เชิญคนทั้งสองไปรับประทานอาหารที่บ้าน ก็เลยเป็นโอกาสให้คนทั้งสองเริ่มแผนของตนทันที
“น่าเสียดาย ผมมีข่าวไม่ดีที่จะบอกให้คุณทราบ คือ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานปรมาณูต้องการโลกซีร์เป็นที่เก็บกากปรมาณู...”
นายแคมป์ได้ฟังก็ตกใจแต่ยังไม่เชื่อ โกลินรู้ท่าก็อธิบายต่อไปอีกว่าโลกนี้มีคนน้อยและคนเพิ่งจะมาอยู่ การอพยพไม่เสียหายอะไรมากนัก รัฐบาลชดใช้ได้ง่าย ผมจะช่วยเหลือ เพราะเวลานี้จรวดผมก็ว่าง ผมขออาสาพาพวกคุณไปยังโลกเดิมได้ทั้งหมดโดยไม่คิดค่าป่วยการเลย ส่วนข้าวของนั้นเมื่อมีเวลาจึงค่อยขนกันทีหลัง ถึงผมไม่ขนคนอื่นก็มีถมไป
โกลินแต่งเรื่องอย่างน่าฟัง จนบูร์กเองก็เชื่อว่าเป็นจริง คนเหล่านั้นจึงนัดวันที่จะพบกัน
ข้อสำคัญก็คือหลักฐานที่ว่ารัฐบาลจะใช้โลกซีร์เป็นที่เก็บกากปรมาณูนั้น โกลินหาไม่ได้ แต่เขาโกหกว่าหลักฐานอยู่ในจรวด จะดูเมื่อไรก็ได้ เรื่องค่าเสียหายรัฐบาลจะชดใช้ให้ ไม่ให้ผู้อพยพเดือดร้อนอย่างใดเลย และความจริงก็ไม่มีกี่คน
บูร์กรับรองไม่ให้คนทั้งหลายวิตก จรวดของเขามีที่ว่างเสมอ ถึงไม่มีคนโดยสารเขาก็ต้องกลับไปสู่โลกอยู่นั่นเอง
เรื่องปุ๋ยนั้น เขาทั้งได้เลย เพราะคนในโลกไม่มีใครต้องการ จะบรรทุกคนไปสักเท่าไรก็ได้ ขออย่าให้มีข้าวของมากเกินไปก็แล้วกัน
ครั้นแล้วโอกาสอันสำคัญก็มาถึง โกลินใจคอตึ้กตั้ก บอกแก่หัวหน้าชาวโลกซีร์ว่า
“คุณต้องทำหนังสือมอบอำนาจเป็นเจ้าของโลกให้ผม หาไม่เมื่อผมกลับมาขนของไปให้คุณ ผมจะถูกหาว่าเป็นขโมย...” ดังนั้นนายแคมป์ก็ทำหนังสือให้โกลินยึดถือไว้ทันที
ฝ่ายพวกผู้หญิงก็จะขนของไปให้หมดในเวลาเดียวกัน พวกผู้ชายก็คัดค้านขอความเห็นจากเจ้าของจรวด พวกเด็ก ๆ ก็มากลุ้มรุมถามเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องจรวดว่าจะไปถึงโลกภายในกี่วัน คนเหล่านี้เป็นคนซื่อ จนนักต้มมนุษย์ทั้งสองเกิดความสงสาร แต่จะทำอย่างไรได้ ยูเรเนียมที่โลกนี้มีมากมาย บดบังความเป็นมนุษย์ของเขาจนไม่แลเห็นอะไรเลย
แผนการของโกลินและบูร์กสำเร็จไปอย่างเรียบร้อย การอพยพได้ทำกันอย่างรีบร้อน ภายในห้าวันจรวดของโกลินก็ออกจากโลกซีร์แล่นไปเหมือนไส้กรอกเหาะ พาคนโดยสารไปลงกลางป่าประเทศบราซิลตามแผนการของเจ้านักต้มมนุษย์ทั้งสอง เพื่อจะได้ไปชิคาโกให้เร็วที่สุด และ ณ ที่นั้น โกลินกับบูร์กก็ขอยืมเงินจากเพื่อนเพื่อซื้อเครื่องมือขุดแร่ เขาทั้งสองไม่มีเวลาพักผ่อน เมื่อเติมเชื้อเพลิงเต็มจรวดแล้ว ก็ออกแล่นไปยังโลกซีร์ทันที
คนทั้งสองดีใจที่สุด ภายในเดือนเดียวเขาจะเป็นมหาเศรษฐี เป็นเจ้าของบ่อแร่ที่ใหญ่ทีสุด มียูเรเนียมโตเท่าโลก
แต่คนทั้งสองก็ยังไม่เป็นเศรษฐี
เพราะเมื่อเขาไปถึงโลกซีร์ ก็ได้แลเห็นจรวดอีกลำหนึ่งติดเครื่องหมายกระทรวงพลังงานปรมาณูจอดอยู่แล้ว บูร์กสงสัยถามโกลินว่า “พวกนี้มาทำไมกันที่นี่”
โกลินกับบูร์กรีบลงจากจรวด เข้าไปหากัปตัน ยืนหลักฐานเป็นเจ้าของโลกให้ดู แต่กัปตันไม่สนใจ ถามว่า
“คุณมาทำอะไรนี่”
“ผมเป็นเจ้าของโลกนี้”
“คนที่มาจับจองโลกนี้ไปกันหมดแล้ว คุณมาจากไหน? คุณไม่ได้เป็นเจ้าของโลกนี้แล้ว โลกซีร์เป็นของกระทรวงพลังปรมาณู... กระดาษของคุณไม่มีประโยชน์....”
“เช่นนั้นผมก็ล้มละลาย” บูร์กพูด
“คุณไม่ล้มละลาย รัฐบาลจะใช้ค่าเสียหายให้คุณเท่า ๆ กับพวกของคุณที่อพยพไปแล้ว”
“ค่าเสียหายคิดอย่างไรกัน?”
“คิดตามความยุติธรรม คือ คุณอยู่กี่ปี ทำการเพาะปลูกได้ผลปีละเท่าใด.. ยิ่งกว่านั้นรัฐบาลยินดีอนุญาตให้คุณไปอยู่ได้ทั่วทุกกาแรกซี จะเลือกเอาโลกไหนก็ได้ รัฐบาลใจดีมาก...”
นักต้มมนุษย์ทั้งสองหน้าซีด... รัฐบาลใจดี.... เขาจะได้ค่าเสียหายคิดเฉลี่ยตามเวลาที่อยู่ และตามพืชผลที่ทำได้ ซึ่งจะซื้อเบียร์เย็นสักขวดเดียวก็ไม่พอ เป็นอันว่าคนทั้งสองล้มละลายจริง ๆ
“รัฐบาลต้องการมาทำอะไรที่นี่?” โกลินถามกัปตันในที่สุด
“คุณยังไม่ทราบ ผมจะบอกให้” กัปตันตอบ “รัฐบาลจะใช้โลกนี้เป็นที่เก็บกากปรมาณู และโลกนี้รัฐบาลสำรวจแล้วว่าเป็นยูเรเนียมทั้งตัว.... คุณไม่เสียหายอะไรเลย แต่ถ้าคุณอยู่ คุณจะเสียหายมาก
โกลินกับบูร์กเดินคอตก การโกหกของเขาเป็นความจริงทั้งนั้น
แดนทอง
วีรธรรม ฉบับที่ ๒๐๖-๗ เดือนพฤษภาคม ๒๕๐๔