บูรูบี เฒ่าหัวงู

-------------------------------

เช้าวันนั้น พอหมออันตนตื่น ก็ได้เห็นขวดวิสกี้แล้ว  เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง เปิดมุ้ง เช็ดหยดเหงื่อที่ไต่อยู่ตามลำตัว  ขยี้ตาเพ่งดูก็เห็นขวดวิสกี้ตั้งอยู่บนโต๊ะ  และก็บังเกิดความกลัวขึ้นทันที  สะดุ้งเหมือนถูกปลิงเย็น...

 

เขาได้อ่านบันทึกของหมอกันตซ์ ผู้ที่มาอยู่ก่อนและได้ตายไปแล้ว  หลุมฝังศพยังอยู่ใกล้ ๆ ข้างหน้าเขานั่นเอง  บันทึกของหมอกันตซ์บอกให้รู้ว่าอะไรกำลังคอยเขาอยู่ข้างหน้า

 

ในบันทึกมีว่า :

“วันที่ ๑๒ มิถุนา  ไม่มีเหล้า

วันที่ ๑๓ มิถุนาก็ยังไม่มีเหล้า?  ทำไมฉันต้องดื่มเหล้า?  เพราะที่นี่เปล่าเปลี่ยวน่ากลัวมากใช่หรือไม่?  เพราะฉันเป็นหมอและมีคนไข้มาให้ฉันรักษาเลยสักคนเดียวตั้งสองเดือนมาแล้ว  หรือเป็นเพราะถูกกระทำด้วยเวทมนตร์  ยันตร์ต่าง ๆ ที่ห้อยอยู่ตามกิ่งไม้รอบราวป่าและที่เสากระท่อมเหมือนกับธงผีนั้น  มันจะทำให้ฉันตายหรือ?   ถ้าฉันไม่มีวิสกี้ ฉันต้องตายแน่  นอกจากจะมีคนมารับฉันให้ทันเวลา”

 

ไม่มีใครมารับหมอกันตซ์ทันเวลาเลย  บันทึกอันน่าหวาดเสียวยังมีต่อไปอีก :

“วานนี้ไม่มีเหล้า,  วันที่ ๒๐ ก็ไม่มีเหล้า

วันที่ ๒๑  วันนี้ก็ไม่มี...   กลองยังดังไม่หยุด  ส่งเสียงตลอดคืน”

กองระวังภัยได้พบหมอกันตซ์ถูกธนูนอนตายด้วยกันกับคนใช้ชาวพื้นเมือง  ไม่ห่างจากกระท่อมเท่าใดนัก  คนทั้งสองคงจะหนีให้พ้นจากเสียงกลองมรณะ  เพื่อไปยังฝั่งที่เจริญอันมีอยู่แห่งเดียวในเกาะนิวกินนี  หรือว่าไปหาความตายเองก็ไม่มีใครทราบ  แต่ชาวพื้นเมืองที่มีความรู้บ้างสั่นศีรษะบอกกันว่า : “บูรูบี ! ผู้วิเศษ แกศักดิ์สิทธ์มาก  แกไม่อยากให้ความนับถือในตัวแกเสื่อมลงไป....”

 

หมออันตนอายุ ๒๗ ปี  เพิ่งมาอยู่เกาะนิวกินนีใหม่ ๆ  แต่ก็รู้เรื่องราวเหล่านี้แล้ว  เขามีร่างกายแข็งแรง จิตใจมั่นคง และต้องการจะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์  หัวหน้าของเขาได้บอกให้เขาละทิ้งหน้าที่นี้  แต่เขาตอบว่า :

“ขอให้ผมลองดูสักครั้งหนึ่ง”

หัวหน้าพวกนี้คือหมอเยนเซน อายุ ๗๒ ปี  ได้ทำการรักษาคนป่วยชาวปาปูมาแล้วเป็นเวลา ๔๐ ปี  เขามองหน้าหมออันตนด้วยความภาคภูมิแล้วพูดว่า : “ผมตามใจคุณ... ผมเชื่อว่าคุณทำการได้สำเร็จ  อีกสามเดือนเราจึงจะมีกองระวังภัยไปช่วยคุณ  ถ้าคุณทนได้ตลอดเวลานี้  คุณก็ชนะไอ้ผีบูรูบี...”

 

เวลาได้ล่วงไปแล้ว ๑๕ วัน  หมออันตนจึงเข้าไปอยู่ในป่า  ขณะที่บูรูบีประกาศสงครามกับเขาแล้ว  รอบ ๆ กระท่อมของหมออันตนเต็มไปด้วยความกลัว  หมออันตนนั่งมองคนใช้ย้ายเตาไฟ  เพราะที่นั่นมียันตร์ห้อยอยู่บนเสาเหนือภาชนะ  และคนใช้นั้นก็มักจะหันไปมองราวป่าด้วยนัยน์ตาอันโตขาว  ถ้ารู้ว่าช่องไหนพอที่จะหนีไปได้ก็คงหนีไปไกลแล้ว

 

หมออันตนก็มีความกลัวอยู่เหมือนกัน  แต่เขาใช้ความคิด  บูรูบีไม่ใช่ผู้วิเศษมากไปกว่าลิง  แต่มันฉลาด  เล่ห์กระเท่ห์ของมันคือสร้างความกลัวให้คงไว้  และให้กลัวจนเป็นบ้า !  ส่วนวิสกี้ที่มันเอามาจากเรือล่มนั้นก็เป็นแต่เพียงเครื่องประกอบอภินิหารเท่านั้นเอง  เขาจะต้องต่อสู้กับมันอย่างเด็ดขาด

 

ทันใดหมออันตนก็เข้าไปในกระท่อม  มองดูข้าวของแล้วดวงหน้าอันวิตกของเขาก็เบิกบานขึ้นทันที  เขาลุกขึ้นด้วยความแน่ใจเหมือนผู้ที่ขบปัญหาได้แล้ว   เขานั่งลงกับพื้น  ตรวจตะเกียงน้ำมันสามใบที่เขามี  เปิดหีบหยิบผ้าสีต่าง ๆ ออกมาฉีกเป็นริ้วเล็กบ้างใหญ่บ้าง  แล้วก็ลงไปใต้ถุนหาท่อนไม้กับหญ้าแห้งที่ตนใช้ทำเชื้อไฟแล้วก็เอาวางไว้กับกองผ้า  และยังเอาหมวก ปืน และกล้องถ่ายรูปไฟแฟลชมารวมไว้ด้วย  เขาหยุดคิดครู่หนึ่งและก็ดีใจ

 

บูรูบีไม่ต้องการฆ่าเขาด้วยอาวุธ  เพราะมันเป็นของธรรมดาและง่ายเหลือเกิน  การลอบเอาวิสกี้มาตั้งบนโต๊ะยังยากกว่า  แต่เพราะว่าบูรูบีเป็นผู้วิเศษ  ต้องใช้อาคมจึงจะสมกับเป็นผู้วิเศษ  ดังนั้นหมออันตนก็จะต้องทำให้บูรูบีเสื่อมจนได้  คือทำเล่ห์กระเท่ห์ที่น่าหวาดเสียวเช่นเดียวกัน  ให้ผู้ช่วยของมันประหม่าหวาดกลัวไม่กล้าอาสาเอาวิสกี้มาลอบให้หรือเอายันตร์มาแขวนไว้ตามเสาอีกต่อไป  ตัวอาจารย์จะต้องมาเอง และคราวนี้ก็จะได้สู้กันตัวต่อตัวซึ่งหน้าเป็นแน่

 

หมออันตนคิดแล้วก็ออกจากกระท่อม คว้าขวดวิสกี้ออกไปด้วย  เขาเดินอย่างภาคภูมิออกไปกลางแจ้ง  รวบรวมภาษาปาปูเท่าที่เขารู้แล้วก็พูดออกไปดัง ๆ  พลางเปิดจุกตะโกนเรียกชื่อ บูรูบี ๆ ๆ ! สามครั้ง  เขาต้องการให้ลูกศิษย์ของบูรูบีที่มาซุ่มอยู่ในราวป่าได้ยินไปทั่ว ๆ กัน  หมออันตนยกขวดเหล้าขึ้นดื่มแล้วทำหน้าบูดบ้วนทิ้งร้องตะโกนว่า:  “บูรูบี! วิสกี้ของเอ็งเน่าหมดแล้ว  แล้วเขาก็ขว้างขวดเข้าป่า   “ไอ้ลิงแก่ขี้เรื้อนขนหลุด! เอ็งจะมาเล่นกลกับข้าก็เชิญ ! คืนนี้พบกัน !”  แล้วเขาก็กลับเข้าไปในกระท่อม  เสียงกลองยังไม่หยุดประโคม  ตลอดวันนั้นหมออันตนทำงานเงียบอยู่ในกระท่อม

 

ครั้นถึงเวลาค่ำ  หมออันตนเปิดประตู  คนใช้ก็หอบสิ่งของออกไปวางกลางแจ้ง  สิ่งของนั้นมีรูปคล้าย ๆ คน  แล้วคนใช้ก็กลับมาจุดตะเกียงสามดวงออกไปวางไว้ใกล้รูปหุ่น  ส่วนตัวหลบเข้ากระท่อม  หมออันตนยังไม่ได้ออกไป  เขาส่องกระจก  เปลื้องเสื้อผ้าออกแต่ไม่ถอดรองเท้า  เขาคาดเข็มขัดซึ่งมีผ้าสีต่าง ๆ เป็นริ้ว ๆ ห้อยอยู่รอบเอว  ที่ข้อมือก็ผูกห่วงทองเหลืองดังกริ่ง ๆ  เขาดูตัวส่วนบนและส่วนขาซึ่งมีสีขาวตัดกับผ้าริ้วสีต่าง ๆ แล้วก็หัวเราะจนต้องอดกลั้น  แล้วก็สวมหมวก  เอาตลับยาทำลูกพรวนซึ่งเตรียมไว้แล้วมาผูกข้อเท้า  ถือปืนและกล้องถ่ายรูปไฟแฟลช  ส่วนคนใช้ก็ลงมือตีกระทะตีหม้อซึ่งวางเรียงเป็นวงกลมอยู่ที่พื้นส่งเสียงอึกทึก  หมออันตนลงจากกระท่อมเดินร้องเพลงกะลาสีที่เขาจำมาได้

 

พอมาถึงที่ตั้งรูปหุ่น  เขาจุดไฟแฟลชฉายไปสี่ทิศแล้วร้องตะโกน:  “บูรูบี ไอ้ลิงแก่ขนหลุด  ถึงเวลาของเอ็งแล้ว  คาถาของคนขาวจะถลกหนังของเอ็ง  เอ็งจะไม่มีขนเหลือแม้แต่เส้นเดียว !”  แล้วเขาก็ร้องเพลงเต้นไปรอบ ๆ หุ่นสักพักหนึ่ง  พอได้เวลาสมควรก็เอาไฟจุดรูปหุ่นซึ่งได้ชโลมน้ำมันไว้ก่อนแล้ว  แต่เขาลืมไม้ขีดไฟ  ครั้นจะกลับไปเอาก็จะเสียพิธี  เขาจะทำอย่างไร?  แต่ทันใดเขาก็คิดได้  ปลดปืนออกจากบ่ายิงรูปหุ่นสองนัด ช้อนไฟกระจายจากกระบอกปืนติดรูปหุ่นทันใด  ดียิ่งกว่าไม้ขีดไฟมาก  หมออันตนไม่ยอมให้เสียเวลา  เขาร้องเพลงไปตามเรื่อง  ร้องไปแช่งไปเป็นจังหวะ  และกระโดดโลดเต้นอยู่รอบรูปหุ่นซึ่งกำลังลุกโชติช่วงฉายเงาอันน่าหวาดเสียวของเขาไปรอบ ๆ ชายป่า  คนใช้ก็ตีหม้อตีกระทะไม่หยุด  พวกปาปูจำนวนร้อยที่ซุ่มอยู่ในราวป่าก็ได้เห็นภาพอันน่ากลัวนี้แล้ว...

 

ต่อมาไม่นานไฟก็ดับ  หมออันตนก็เก็บเครื่องประกอบและตะโกนด่าคำสุดท้ายก้องไปทั่วป่าอันเงียบสงัดว่า "บารูบีไอ้เฒ่าหัวงู  แล้วก็เข้าไปในกระท่อม  เปิดร่องกระดานหกที่เขาเตรียมทำไว้แล้วเมื่อตอนเย็น  แล้วก็เข้านอนหลับตามสบาย

 

วันรุ่งขึ้นไม่มีวิสกี้

วันต่อ ๆ ไปก็ไม่มีวิสกี้เหมือนกัน  หมออันตนไม่วิตก    บูรูบีหาคนรับอาสาไม่ได้  มันจะต้องเป็นผู้เอาวิสกี้มาเอง 

 

คืนหนึ่งมีเสียงโครมใหญ่  หมออันตนตกใจตื่นคว้าไฟฉายกระโดดออกจากมุ้ง  คนแก่หง่อมคนหนึ่งพยายามขึ้นจากร่อง  คนผู้นี้สวมลูกประคำที่ทำด้วยเขี้ยวสัตว์  ที่หูห้อยห่วงทองเหลือง ที่ขื่อจมูกเสียบด้วยกระดูกแหลม  ท่าทางเซ่ออยู่ในแสงไฟฉาย

คนผู้นี้คือฆาตกรที่ฆ่าหมอกันตซ์  แต่มันเป็นแก่มาก  ถือประเพณีอันดุร้ายของคนป่า  แต่บัดนี้หมดฤทธิ์  หมออันตนกับคนใช้ช่วยกันมัดคนผู้นี้ได้โดยง่ายแล้วก็กลับเข้าไปนอน

รุ่งขึ้นเวลาเช้า ชาวปูมาก็ได้เห็นบูรูบีถูกมัดติดกับเสากระท่อม  ที่หน้า,  ที่อก,  ที่หลังเต็มไปด้วยยันตร์   หมออันตนรวบรวมยันตร์ต่าง ๆ ที่มันลอบเอามาแขวนไว้ที่กระท่อมคืนให้มันทั้งหมด  วันนี้พอถึงเวลา ๑๐ นาฬิกาก็มีคนชราผู้หนึ่งออกจากป่ามาให้หมอรักษาบาดแผลที่เท้า  ตอนเที่ยงมีผู้หญิงกับเด็ก ๆ มาให้รักษาโรคอีก  พวกเด็ก ๆ เข้ามามุงดูบูรูบีด้วยความประหลาดใจ  พวกผู้หญิงหัวเราะแก่กัน  วันนั้นเสียงกลองผีไม่ดังมาอีกเลย   แล้วหมออันตนก็แก้มัดบูรูบีซึ่งไม่มีท่าทางแสดงความอาฆาตเลย   นอกจากก้มหน้าเดินหงุบ ๆ ไปด้วยความปราชัย


จากหนังสือ "วีรธรรม" ฉบับที่ ๑๘๔