
เย็นวันหนึ่งเลิกจากไถนา พวกเราก็นั่งพักกันอยู่ในโรงนา บิดาผมหยิบกล่องยาเส้นมามวนสูบ แล้วก็พูดกันถึงเรื่องลูกจ้างที่มาทำนาเมื่อปีกลาย บิดาผมบอกว่า ยิ่งทีก็จะเอาค่าจ้างแพง... ไม่ช้าก็จะขี่รถการ์ดิแลคกันทั้งนั้น.. ถ้าทำงานดีทุกคนก็ไม่เป็นไร แต่นี่งานก็ไม่เป็น จะเอาแต่ค่าจ้าง
เฒ่าบิลฟังแล้วก็ขยับหมากฝรั่งไปทางแก้มขวา ถ่มน้ำลายอันเต็มไปด้วยยางยาเส้นปรี๊ดไปข้างหน้า ห่างสักสามเมตร เป็นเครื่องหมายว่าตนจะต้องพูดแล้วละคราวนี้ ไก่ตัวหนึ่งวิ่งจี๋ไปยังสิ่งที่ตก มันคิดว่าลาภ แต่พอไปถึงมันก็เก้อเดินเลยไป
เรื่องลูกจ้างนี้ บิลพูด ถ้าคุณได้กรรมกรระเบิดเขาที่ร็อกวิลล์ ที่อินลินอยส์แล้ว คุณจะชอบใจ... คนพวกนี้มีคนหนึ่งผมรู้จัก ส่วนคนอื่น ๆ ผมได้ยินแต่เขาเล่า คนที่ผมรู้จักนั้น ผมไม่มีวันลืมเลย เหมือนกับวันที่ผมถูกอินเดียนแดงต่อยปาก มันหาว่าผมโกหกเก่ง ผมไม่เคยไปถึงร็อกวิลล์ เพียงแต่ไปหยุดที่ปากทางเท่านั้น คือไปหยุดดื่มเหล้าที่ร้านแห่งหนึ่ง พอดีมีคนรูปร่างใหญ่โตเดินเข้ามา มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นกรรมกรระเบิดภูเขา คนผู้นี้สูง ๙ ฟุตกับ ๑๐ นิ้วไม่นับรองเท้า ไม่อ้วนเลย ถ้าจะเอาน้ำมันไปเจียวไข่ก็ไม่พอสุก แต่กล้ามเนื้อเป่งเหมือนลูกบัลลูนที่ปั้มด้วยสูบรถยนต์
คนพวกนี้พอมาถึงก็มองดูผมดื่ม ส่วนคนขายเหล้าก็เลือกเหล้าอย่างแรงเปิดขวดแล้วส่งพร้อมทั้งโซดาตามธรรมเนียม แต่กรรมกรกลับจ้องหน้าคนขายตาเขม็ง หยิบขวดเทเหล้าออกไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ล้วงขวดอีกใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าหลัง เทน้ำในขวดนี้ลงไปในขวดเหล้าแล้วพูดเสียงโกรธ ๆ ว่า แกคิดว่าฉันเป็นนักดื่มนมสดรึ ! คนขายเหล้ายิ้มแห้ง ๆ พูดอย่างสุภาพว่า คุณเอาของคุณมาเองคงจะดีมากนะครับ
แน่หละ มันต้องผสมกรดกำมะถันลงไปนิดหน่อย ถึงจะอร่อย กรรมกรพูดอย่างหน้าตาเฉย พลางรินเหล้าลงในแก้วแล้วก็ดื่มรวดเดียว ยังแถมเลียปากแสดงว่ามีความพอใจเป็นอันมาก และเมื่อดื่มจนเป็นที่สบายแล้วกรรมกรก็หันมาถามผมว่า ขอโทษครับ แถวนี้มีช่างบัดกรีที่ไหนบ้างที่มีเตาพ่น? เขาอธิบายให้ผมฟังว่าเขาต้องการโกนหนวดแต่แทนที่จะใช้มีดโกน เขาใช้ไฟ ผมสนใจมากเลยพาเขาไปร้านบัดกรี เมื่อเขาเอาไฟเผาหนวดเกลี้ยงดีแล้ว เขาก็บอกผมว่าเขาต้องการซ่อมรองเท้า ผมฟังเขาอธิบายแล้วก็เข้าใจทันทีว่าเรื่องนี้ต้องไปหาช่างตีเหล็กผู้มีเครื่องมือพร้อม พอไปถึงโรงตีเหล็ก เขาก็เอาตาปูตัวยาว ๆ ตอกลงไปที่พื้นรองเท้าและตอกจนมิด เห็นตาปูโผล่อยู่ข้างในสองสามเซ็นต์ กรรมกรเห็นผมแสดงความแปลกใจก็อธิบายว่า ต้องทำอย่างนี้ เท้าจะไม่ลื่นเลย ถ้ารู้สึกคันนิ้ว เราก็เอานิ้วถูกับตาปูได้
ผมถามเขาว่าจะกลับไประเบิดหินเมื่อไร เขาตอบอย่างเศร้า ๆ ว่าเขาไม่ไปแล้ว
คุณไม่ชอบงานที่นั่นหรือ? ผมถาม
ไม่ใช่ผมไม่ชอบ แต่คนที่นั่นไม่ชอบผม เขาตอบ
ทำไมล่ะ มีเรื่องทะเลาะกันหรือ
กรรมกรหัวเราะลั่นจนป้ายหน้าร้านกระเด็นไปตกกลางถนน แล้วตอบว่า ก็เหมือนทะเลาะ ทุกครั้งที่เลิกงานเราก็เอาฟุตบอลที่ทำด้วยก้อนหินไปเตะกัน ข้างที่แพ้ก็ต่อยข้างชนะทุกที ผมไม่ชอบเกะกะอย่างนั้น คนพวกนั้นก็หาว่าผมเป็นเด็กผู้หญิง... ไม่สนุกเลย
ผมเข้าใจดี เพราะผมเคยได้ยินคนกล่าวขวัญถึงพวกกรรมกรระเบิดเขามามากแล้ว คนพวกนี้ฝึกหัดดื่มน้ำกรดกันทั้งนั้น (บางคนดื่มน้ำกรดแท้ ๆ เป็นขวด ๆ กางเกงของคนพวกนี้ขาดที่ก้นก่อน เนื่องจากการปล่อยแก๊ส คุณเข้าใจไหม?) ดีอย่างหนึ่ง ง่ายในการย่อยหินเพียงถ่มน้ำลายลงไปก้อนหินก็แตก... กรรมกรระเบิดหินมีวิธีอบรมลูกเต้าดีมาก เขาเอาลวดหนามทำแซ่เฆี่ยนลูก เฆี่ยนกันเรื่อยตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ ๑๐ ขวบ ต่อจากนั้นก็เลิกเพราะถ้าไม่เลิกลูกก็จะสู้กับพ่อแม่ ไม่มีอะไรจะน่าสนุกเท่ากับวันระเบิดภูเขา พวกเด็ก ๆ เตรียมท่อนซุงคนละท่อนเอาไปเล่นเบสบอลกับก้อนหินที่ปลิวมาในอากาศ เด็กพวกนี้ตีแม่นเหลือเกิน และทุกคนหัดกินปลากระป๋องโดยไม่ต้องเปิด เคี้ยวกันทั้งกระป๋อง เวลาหัดกินใหม่ ๆ กินกระป๋องเล็กน้ำหนักไม่เกิน ๑ ปอนด์ ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงแข็งแรง มีของอย่างหนึ่งที่คนพวกนี่ต้องประหยัด คือดินระเบิดต้องมีติดตัวไว้ทุกครอบครัว เนื่องจากมักจะเป็นโรคท้องผูก ต้องใช้ดินระเบิดเป็นยาระบาย ทุกคนขยันขันแข็งแต่มีรายจ่ายมาก พูดถึงเรื่องกรรมกรระเบิดภูเขาที่ร็อกวิลล์แล้ว หาคนที่ไหนเหมือนอย่างนี้ไม่มีแล้ว ผมไม่ได้คิดจะมุสามากกว่านี้เลย เฒ่าบิลพูดในที่สุด

จากหนังสือ "วิรธรรม" ฉบับที่ ๑๘๖