บ้านผีสิง
"บริบูรณ์"

นายร้อยตำรวจโทชุมแสง นายสถานีตำรวจหางตะเข้อยู่ในห้อง กำลังเขียนรายงานจวนจะเสร็จ สิบตำรวจดวงก็โผล่เข้ามา
"สุภาพสตรีขอพบผู้หมวดครับ"
"ด่วนไหม ?"
"ดูท่าทางก้อ... เห็นจะรีบร้อนอยู่ครับ"
"ยังงั้นก็เชิญให้เข้ามาได้"
ผู้ที่เข้ามาเป็นสตรีผมขาว ในชุดสีเทา "อีฉัน ชื่อกริ่ง มุทิตากร ค่ะ มีเรื่องในบ้านค่ะ หลายวันแล้ว... อีฉันไม่ทราบจะทำยังไง...."
"คุณป้าต้องการแจ้งความหรือครับ... เรื่องเป็นยังไงกันครับ"
"เรื่องมันยังงี้ค่ะ เอ ! อีฉันไม่ทราบจะเรียนคุณได้ยังไง..."
"ยุ่งยากมากหรือครับ คุณป้า"
"เรื่องมันพิกลค่ะ เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อจริง ๆ นะคะ"
"คุณป้าไม่ต้องกลัว เล่าไปเถอะครับ"
"อีฉันเช่าบ้านเขาอยู่ค่ะ อยู่ในสวน... เป็นบ้านผีสิง !"
"ผีสิง ? ผีอะไรครับ ?"
"ผีเรือนซิคะ"
"มันทำยังไงครับ ?"
"มันมารบกวนทุกคืน ๆ "
นางกริ่งแปลกใจที่เห็นนายตำรวจหัวเราะ
"จริง ๆ นะคะ คุณไม่เชื่ออีฉันหรือคะ ?"
"ผมขอโทษนะครับป้า ผมไม่เคยเชื่อเรื่องผีสาง.... แต่เอาเถอะครับ ผมจะฟังคุณป้า ผีมันทำยังไงครับ ?"
"มันเป็นมาสี่คืนแล้วค่ะ เวลาสี่ทุ่ม พออีฉันจัดแจงจะเข้านอน... อีฉันอยู่ชั้นล่างค่ะ... ก็ได้ยินเสียงประตูดังแอ๊ด !"
"ประตูไม่ได้ลงกลอนหรือครับ ?"
"เปล่าค่ะ เป็นประตูหลังบ้าน เปิดออกไปในสวน.. มีกำแพงล้อมค่ะ กำแพงก็สูง บนสันติดเศษแก้วไว้เต็มหมด"
"แต่กำแพงก็ต้องมีประตูใช่ไหมครับ ?"
"มีซิคะ ประตูหลังสวนเป็นประตูเหล็ก สนิมกินมาตั้งแต่ขุนมรกตยังไม่ตาย อ้อ อีฉันจะลำดับเรื่องให้คุณเข้าใจดี ๆ ก่อนนะคะ บ้านที่อีฉันเช่าอยู่นี้นะคะ เป็นบ้านของท่านขุนมรกตกำกับการ เมื่อท่านปลดเกษียณอายุแล้วก็มาพักอยู่ที่นี่ ท่านมักจะออกจากบ้านทุกวันและกลับสี่ทุ่มทุกทีเหมือนกัน และนี่ท่านก็ตายไปหลายเดือนแล้ว...."
"คุณป้าว่า คุณป้าได้ยินเสียงประตูหลังบ้านเปิด แล้วคุณป้าก็เห็น....?"
"อ้ายที่ว่านั่นแหละค่ะ มันเดินมาตามระเบียง อีฉันอยู่ในห้องไม่กล้าออกไปดู ได้แต่มองดูทางรูกุญแจตอนที่มันเดินผ่านมา ทีแรกอีฉันคิดว่ามันเป็นคน แต่ชาวบ้านเขาว่าไม่ใช่"
"คุณป้าดูทางรูกุญแจ เห็นตัวมันไหม ?"
"ไม่เห็นอะไรเลย"
"ระเบียงมีไฟสว่างหรือเปล่า"
"มีค่ะ อีฉันไม่ได้ดับ"
"นอกจากเสียงอ้ายตัวนั่นแล้ว คุณป้าได้ยินเสียงอะไรอีกไหม ?"
"ได้ยินอีกคะ แต่คราวนี้ได้ยินอยู่ชั้นบน ชั้นบนนั้นเป็นห้องของขุนมรกต พอจวนสว่างก็ได้ยินเสียงอีก เสียงมันลงบันไดไปทางสวน"
"บ้านชั้นบนไม่มีคนอยู่หรือครับ"
"เวลานี้อีฉันอยู่คนเดียว"
"เมื่อมันไปแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่าครับ"
"ไม่มีอะไรเลย แต่ประตูห้องชั้นบนไม่ได้ปิด…."
"และคืนต่อมามีอะไรอีกไหมครับ ?"
"เมื่อคืนก่อน ไม่มีเหตุอะไร มีเพื่อนบ้านหลายคนมาช่วยอีฉัน เขาอยากรู้ความจริง เขามาซุ่มดูในสวนค่ะ และก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่มาคืนนี้เรื่องก็เกิดขึ้นอีก"
"เอาหละครับ" นายตำรวจลุกขึ้น "คุณป้าไม่เกียจ พาผมไปบ้านคุณป้าเดี๋ยวนี้ได้เลย ผมจะไปจับผีให้คุณป้า"
บ้านคุณนายกริ่งเป็นบ้านเก่า พื้นบ้านบางแห่งครวญครางได้เมื่อถูกเหยียบ
"คุณขึ้นไปดูชั้นบนก่อน" นายตำรวจสั่งสิบเอกดวง "ดูว่าประตูปิดเปิดอย่างไร กลอนหรือลูกบิดเป็นชนิดไหน"
สิบเอกดวงขึ้นไปแล้วก็ลงมา พบหัวหน้ากำลังตรวจประตูหลังบ้าน
"เป็นยังไงบ้างหมู่"
"ประตูห้องเปิดเข้าข้างในครับ"
"ประตูนี้ก็เหมือนกัน"
นายตำรวจก้าวลงจากบ้าน เดินก้มหน้าเลาะกำแพง สิบเอกดวงเดินตามหลัง มาถึงโรงรถซึ่งตั้งอยู่ชิดกำแพง ระหว่างฝาโรงรถกับกำแพงมีทางแคบ ๆ คนเดินได้ นายตำรวจทั้งสองก็บุกต้นหญ้าเข้าไป เห็นกำแพงร้าวเป็นช่องโหว่ หมู่ดวงทำหน้าย่น ร้องว่า "เด็กเล็ก ๆ ก็ลอดไม่ได้" แต่ ร.ต.ท. ชุมแสงไม่พูด เดินกลับไปที่บ้าน
"ได้ร่องรอยอะไรบ้างไหมคะ ?" คุณนายกริ่งถาม
นายตำรวจยิ้มอย่างมีเลศนัย
"เห็นจะต้องพยายามหน่อยครับ คุณป้าต้องช่วยพวกเราด้วยนะครับ"
"ยินดีค่ะ คุณจะให้อีฉันช่วยอย่างไรก็บอกซิคะ"
"คุณป้ากับหมู่ดวงอยู่ในห้องข้างล่างนี้นะครับ ผมจะขึ้นไปอยู่ชั้นบน ประตูหลังบ้านเปิดทิ้งไว้อย่างนี้แหละ ถ้าได้ยินเสียงผมเป่านกหวีดเมื่อไร หมู่ต้องรีบไปปิดประตูทันทีนะ"
เวลานั้นค่ำลงมากแล้ว การรอคอยดูผีเป็นไปอย่างกระสับกระส่าย ทันใดมีเสียงประตูลั่นเบา ๆ ตามมาด้วยเสียงนกหวีด หมู่ดวงถลันออกไปปิดประตูหลังบ้านทันที สิ่งนั้นก้าวขึ้นบันได พอมันเห็นหมู่ดวงมันก็หยุดชะงักบนบันไดชั้นสุด นายตำรวจก็ยืนอยู่แล้ว
"เห็นหรือยังละครับ คุณป้า มันเป็นผีสี่ขา" นายตำรวจพูดกับคุณนายกริ่ง
"อ้ายดิ๊ก นั่นเอง !" คุณนายกริ่งอุทาน
"สุนัขของขุนมรกตใช่ไหมครับ ?" นายตำรวจถาม
"ใช่ค่ะ แปลกจริง ๆ อีฉันก็น่าจะนึกถึงมัน แต่ทำไมถึงไม่ได้นึกก็ไม่ทราบ"
"ผมเคยอ่านหนังสือ มีเรื่องสุนัขแบบนี้เหมือนกัน เจ้าของตายไปแล้ว มันก็ยังไปคอยรับอยู่ที่รถประจำทางจอดทุกวัน"
"นั่นเองผู้หมวดจึงได้สนใจเรื่องประตูมาก ว่าประตูเปิดปิดอย่างไร !"
"แน่ละครับ หมามันดันเข้ามา ประตูก็เปิดได้ง่าย ๆ"
"แต่ถ้ามันรู้ว่ามีคนคอยดักมันแล้ว มันคงไม่เข้ามาเป็นแน่"
จากหนังสือ"วีรธรรม" ฉบับที่ ๔๘๔ วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๐๙
