
เขาสองคนไม่ใช่เป็นผู้ฝึกงาน.... หากแต่เป็นนักค้นคว้าในนภากาศมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ยิ่งกว่านั้นเขาทั้งสองยังเป็นแชมเปี้ยนในทางกีฬาอีกด้วย ขณะนี้มุ่งตรงไปยังลูกกลม ๆ ที่ทำด้วยแก้วซึ่งใช้เป็นพาหนะในการที่จะขึ้นไปสำรวจในห้วงเวหา ถ้าจะพูดกันแล้วละก็ในโลกนี้จะมีก็ในราวห้าหรือหกคนเท่านั้นที่สามารถคุยได้ว่าขึ้นสูงถึง ๑๒.๐๐๐ กม. มาแล้ว โดยใช้เรือเหาะเป็นพาหนะ และชายสองคนที่กล่าวถึงนี้ก็เป็นสองในจำนวนห้าหรือหกที่ได้ชึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อนนี้ จะมีบ้างก็น้อยคนนักที่ได้อ่านเรื่องของนักสำรวจทั้งสองที่ขังตัวอยู่ในลูกกลมปล๊าสติก แล้วใช้บัลลูนบรรจุแก๊สฮีเลี่ยมนำขึ้นไปถึงตอนสุดของบรรยากาศในท้องฟ้า ณ ที่นั้นเราก็ไม่ทราบว่ามนุษย์จะหายใจได้หรือไม่ เลือดยังคงจะเดินเป็นปกติอยู่หรือไม่ หัวใจยังคงจะเต้นอยู่ตามเดิมหรือไม่ มันสมองยังคงจะทำหน้าที่คิดอยู่หรือไม่....และเพื่อจะหาคำตอบของปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าว ร๊อสและเลวิส จึงตัดสินใจแน่วแน่ตรงไปยังเรือเหาะ ... ซึ่งมีชื่อว่าสตราโตแล็บ หมายความว่าห้องทดลองเกี่ยวกับอวกาศชั้นบนซึ่งอยู่รอบนอกของโลก
ลูกแก้วกลมนี้ก็คือห้องทดลองที่แท้จริงนั่นเอง ภายในมีเครื่องมือทุกอย่าง เช่น กล้องถ่ายภาพ กล้องส่องทางไกล เครื่องมือสำหรับวัดระยะทุกชนิด และเครื่องมือต่าง ๆ นั้น เขาก็ใช้มันคล้ายกับสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีแล้ว พอก้าวเข้าไปในลูกกลมที่มีเครื่องมือคอยช่วยใส่เสื้อผ้าสำหรับต้านทานความกดดัน และในกระเป๋าเสื้อนั้นก็มีเครื่องไฟฟ้าต่อเข้ากับร่างกายเพื่อบันทึกการหายใจ การเต้นของหัวใจ และมีเครื่องมือวัดอุณหภูมิของร่างกายเสร็จ... พาหนะที่ช่วยนำสตาโตแล็บนี้เมื่อต้องลมก็พริ้วเป็นคลื่นคล้ายกับเสื้อเมื่อถูกลมพัดจนพอง ในชั้นแรกเขาอัดแก๊สในลูกบัลลูนนั้นแต่พอควร คิอพอที่จะช่วยยกน้ำหนักของสตราโตแล๊บและผู้โดยสารข้างในเท่านั้น ทั้งนี้เป็นเพราะว่าขณะที่บัลลูนขึ้นไปในระยะสูงแล้ว แก๊สฮีเลี่ยมก็จะขยายตัว ถ้าเราอัดแก๊สเต็มบัลลูนแล้ว เมื่อขึ้นสูงแก๊สจะขยายตัวและทำให้ลูกบัลลูนแตกได้
ตัวบัลลูนนั้นเขาทาสีเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การรับและสะท้อนความร้อนของโลกและดวงอาทิตย์ เพื่อรักษาระดับของอุณหภูมิให้เหมาะสม ส่วนบนทาด้วยสีขาวสำหรับใช้สะท้อนแสงที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ ทั้งนี้เพื่อมิให้บัลลูนได้รับความร้อนมากเกินไป ส่วนด้านล่างของบัลลูนนั้นทาด้วยสีดำเพื่อรับความร้อนที่มาจากพื้นดิน
เมื่อทุกสิ่งอยู่ในลักษณะที่พร้อมแล้ว นักสำรวจทั้งสองก็เข้าไปในพาหนะกลมนั้น แล้วขันเกลียวปิดประตูแน่น ที่นี้จะออกจากลูกกลมนี้ได้ ก็โดยทางยอดบนและส่วนล่างของลูกกลมซึ่งเขาทำไว้เป็นช่องออกเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเท่านั้น
จากนั้นเขาก็ปลดโซ่ล่ามบัลลูน สตราโตแล๊บก็ลอยขึ้นโดยการนำของบัลลูน และค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นจากพื้นดินทีละน้อย ๆ ขณะที่ลูกบัลลูนลอยขึ้นไปบนอากาศนั้น ร๊อสและเลวิสก็ใช้วิทยุส่งข่าวไปยังภาคพื้นดินเป็นบางครั้งบางคราว เพื่อให้ทางพื้นดินได้ทราบความเป็นอยู่ของเขาเป็นระยะ ๆ และบางครั้งก็มีการพูดหยอกล้อกันบ้าง พอขึ้นระยะ ๒๐,๐๐๐ เมตร เขาก็ส่งข่าวลงมายังพื้นดินว่า “ขณะนี้เรากำลังดื่มกาแฟอยู่ ถ้าผู้ใดมีความประสงค์ที่จะร่วมวงกับเราก็เชิญ”
การลอยขึ้นในระดับสูงยังคงดำเนินไปอยู่เรื่อย ๆ โดยปราศจากเหตุการณ์ใด ๆ ความเย็นเพิ่มขึ้นทีละน้อย ๆ อุณหภูมิภายในพาหนะกลมนั้นลดลงแล้ว และขณะนี้ลดลงต่ำกว่าศูนย์ แต่เรื่องอุณหภูมิไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเขาทั้งสอง เนื่องจากเขาเตรียมเผชิญเหตุการณ์ไว้แล้ว เมื่อยิ่งทียิ่งสูงขึ้น อันตรายต่าง ๆ ก็ยิ่งย่างเข้ามาใกล้เข้าทุกที ๆ ร๊อสและเลวิสผู้ซึ่งเคยชินแล้วในเรื่องนี้และเป็นผู้ที่ไม่เชื่อในโชครางต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องอันตรายที่อาจจะบังเกิดขึ้นได้ทุกขณะ
ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดขึ้นที่ตัวลูกกลมที่ใช้เป็นพาหนะของนักสำรวจทั้งสอง ทั้งนี้เนื่องจากความแตกต่างระหว่างความกดดันภายนอกและภายในของลูกกลมนั้น
“นี่เราจะมีโอกาสฟังเสียงระเบิดอีกสักกี่ครั้งก็ไม่รู้” เลวิสเอ่ยขึ้น
“เรายังมีโอกาสอีกแยะ แต่ทุกครั้งที่มันระเบิดขึ้น เหตุการณ์ที่จะตามเสียงระเบิดออกมามีให้เลือกคือ ตัวแข็งตายโดยหายใจไม่ออก หรือเลือดเดือดพล่านในเส้นเลือด เนื่องจากการขยายตัวของอากาศ คุณจะเอาอย่างไหนดีล่ะ?”
“แฮ่ ๆ ผมว่าผมเอาแก่ตายดีกว่า” เลวิสตอบ
สำหรับลูกบัลลูนนั้นเขาบรรจุแกสเข้าไป และตัวบัลลูนทำด้วยปล๊าสติก ในการสร้างบัลลูนนั้นผู้สร้างจะต้องใช้ความระมัดระวังมากทีเดียว แต่ท่านทราบไหมว่าแกสสลายตัวหนีไปได้ง่าย และเป็นไปโดยฉับพลันเสียด้วย และเมื่อแกสอยู่ในลูกบัลลูนออกไปได้แล้ว ผลก็คือมันจะตกฮวบลดระดับลงมาครั้งหนึ่ง ๆ หลาย ๆ กิโลเมตรทีเดียว แต่เหตุการณ์เหล่านี้เป็นธรรมดาอยู่เองที่เขาได้คาดคะเนล่วงหน้าไว้แล้ว ดังนั้นภายในสตราโตแล๊บ เขาจึงสร้างคันบังคับที่เปิดของร่มชูชีพไว้ด้วย และจำเป็นเหลือเกินที่ร่มชูชีพนี้จะต้องช่วยลดความเร็วในขณะที่ตกให้น้อยลง มิฉะนั้นแล้วลูกกลมพาหนะจะตกถึงดินในเวลาเพียง ๑๘๐ วินาทีเท่านั้น และในกรณีที่ร่มชูชีพเกิดไม่กาง เขาก็ได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้อีก คือรีบออกจากลูกกลมนั้นโดยทางออกฉุกเฉิน โดยสรวมเสื้อสำหรับต้านทานความกดดันของอากาศ อีกทั้งมีร่มชูชีพติดกับเสื้อนั้น และจะลงถึงพื้นได้โดยอาศัยร่มชูชีพนั้นพยุงน้ำหนักตัวให้ค่อย ๆ ลอยลงต่ำ
ยังมีอันตรายอีกอย่างหนึ่งแต่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก นั่นก็คือว่า ลูกบัลลูนอาจจะไปชนกับสะเก็ดดาวตกเข้า แต่เคราะห์ดีที่โอกาสที่จะประสบอันตรายอย่างนี้มีน้อยมาก จึงไม่เป็นที่น่าวิตกสำหรับนักสำรวจทั้งสอง
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นแก่ศาสตราจารย์ปีการ์ด ผู้ริเริ่มขึ้นไปสำรวจกลางหาว อาจจะเกิดขึ้นกับนักสำรวจทั้งสองได้ เรื่องที่เกิดขึ้นกับศาสตราจารย์ปีการ์ดนั้นก็คือ ถูกขังอยู่ในพาหนะกลางหาวนั่นเอง จนกระทั่งลูกบัลลูนถูกทำลายลง ที่เหตุชนิดนี้เกิดขึ้นก็เนื่องด้วยคันบังคับลิ้นปิดเปิดแกสไม่ทำงาน เขาจะต้องตัดลูกบัลลูนทิ้ง ปล่อยให้สตราโตแล๊บตกลงมาโดยมีร่มชูชีพกางพยุงน้ำหนักไว้
อันตรายที่ไม่ได้คาดฝันอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อเราขึ้นไปในที่สูง ๆ อากาศสำหรับหายใจมีไม่พอ อีกทั้งยังมีรังสีค๊อสมิก (แสงชนิดคลื่นสั้นที่แทรกแซงไปทั่วจักรวาล) อาจจะซึมซาบเข้าไปในร่างกายของเราได้
และเพื่อจะทราบถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ร๊อสและเลวิสจึงจำเป็นต้องขึ้นไปให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกทุกที ๆ และต่างก็คิดถึงผู้ที่ขึ้นมาถึงความสูงระดับนี้ เช่น ออกัสต์ ปีการ์ด ปราชญ์ชาวสวิสทำความสูงได้ ๕๕,๕๗๗ ฟุตในปี ๑๙๓๒ อีกสองปีต่อมา น้องชายของปราชญ์ผู้นั้น ชื่อ ญัง ปีการ์ด ทำได้สูง ๕๗,๙๒๙ ฟุต แอนเดอร์สันและสติเวนส์ นักบินชาวอเมริกันได้ขึ้นไปกลางหาวสูงถึง ๗๒,๕๙๓ ฟุต ในปี ๑๙๓๕
ทันใดนั้น เลวิสกล่าวขึ้นว่า “วิเศษเลย นับแต่นี้เป็นต้นไป เราก็เป็นสองคนแรกที่ขึ้นเรือเหาะได้สูงถึง ๕๒,๐๐๐ ฟุต หลังจากที่ได้เดินทางมาจนกระทั่งเวลาผ่านไป ๒ ชั่วโมงสี่สิบห้านาที กำลังแกสก็นถอยลง เป็นเหตุให้ลูกบัลลูนหยุดชะงักไม่ต่ายขึ้นทางสูงอีกแล้วตามที่คาดการณ์กันไว้ เข็มเครื่องวัดความสูงขึ้นเลข ๗๒,๐๐๐ ฟุต ในราว ๒๕ ก.ม. จากพื้นโลก เสวิสและร๊อสต่างก็แสดงความยินดีซึ่งกันและกัน พร้อมกับหัวเราะกันเป็นที่สนุกสนาน จากนั้นเขาก็เริ่มทำงานกันต่อไป และรายงานเหตุการณ์นี้ทางวิทยุไปยังภาคพื้นดิน และจัดการบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบ ๆ บริเวณสตราโตแล๊บ และทำการทดลองเครื่องมือที่ได้นำขึ้นมา งานทั้งสิ้นที่เขาต้องทำนี้ กินเวลาในราว ๓ ชั่วโมง และในระยะเวลา ๓ ชั่วโมงนี้ ลูกบัลลูนจะต้องลอยเฉยคล้ายแขวนอยู่บนท้องฟ้า แต่ทั้งนี้ถ้าไม่มีเหตการณ์อะไรเปลี่ยนแปลง
และทันใดนั้นเอง เขารู้สึกว่าสตราโตแล๊บลดระดับลงต่ำอย่างรวดเร็ว เขาทั้งสองก็ล้มลงเนื่องจากเสียการทรงตัว และพร้อมกันนั้นลูกกลมพาหนะก็หมุนรอบตัวเอง เขาทั้งสองพยายามเข้าไปนั่งที่เดิมด้วยความลำบากยิ่ง ทั้งนี้เพราะต้องนั่งบนที่นั่งและใช้เข็มขัดรัดตัวให้ติดกับที่นั่งนั้นด้วย เขาก็ต้องเบิกตาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเข็มบอกความสูงหมุนกลับไปนาทีแรก ๓๐๐ เมตร และนาทีต่อมา ๑,๒๐๐ เมตร นั่นแสดงว่าสตราโตแล๊บกำลังตกไปสู่พื้นโลกด้วยความเร็ว ๓๐๐ เมตรในนาทีแรก และ ๑,๒๐๐ เมตรในนาทีต่อมา
“แต่อย่างไรก็ดี ลูกบัลลูนยังคงติดอยู่กับสตราโตแล๊บ” ร๊อสพูดขึ้น “เอ้า เสวิสส่งวิทยุไปยังภาคพื้นดินเร็ว ขณะนี้เรากำลังตกลงไปสู่พื้นโลกด้วยความเร็ว ๑,๒๐๐ เมตรต่อนาที เราจะอยู่ในสตราโตแล๊บนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะได้” ร๊อสใช้ความคิดอย่างหนักในการที่จะขบัญหาเฉพาะหน้า....
“เจ้าลูกบัลลูนคงไม่แตกไปได้แน่ ! อ่อ ! ความเร็วลดลงแล้ว แต่คงจะเร็วขึ้นอีกเมื่อแกสในบัลลูนค่อย ๆ หมดไป.... เอ! ผมไม่เข้าใจอะไรเลย !” เสวิสพูดขึ้นว่า “เห็นจะเป็นลิ้นปิดเปิดบัลลูนเปิดออกเองละกระมัง แกสอาจจะรั่งไปกระทันหัน แล้วเดี๋ยวนี้มันคงจะปิดเองและปิดไม่สนิทก็ได้ เราถึงได้ตกลงช้ากว่าตอนแรก แต่ก็ยังคงตกอยู่นั่นเอง !....”
เราอาจจะตกกลางทะเลสาป ซึ่งมันคงจะลอยสบายไปเลย รึมันจะตกลงบนภูเขา ลูกกลมพาหนะจะกลิ้งเป็นลูกขนุน ไม่สนุกแน่.....
เลวิสดึงคันปล่อยอับเฉาสำหรับถ่วงบัลลูนเพื่อจะให้ตกช้าลง เจ้าถุงเหล็กกล้าที่แขวนอยู่นอกสตราโตแล๊บก็ตกลงไปสู่พื้นโลก... ความเร็วลดลงอีกเล็กน้อย..... แต่ทันใดนั้น ความเร็วก็เพิ่มขึ้นอีก ยังความฉงนใจให้แก่นักสำรวจทั้งสองเป็นที่ยิ่ง..... ยังคงเหลืออีก ๙ ก.ม. เท่านั้นก็จะถึงพื้นดิน เลวิสกระโจนพรวดไปที่วิทยุ และพูดกรอกไมโครโฟนไปว่า
“ตวามเร็วในขณะนี้เพิ่มขึ้นอีก เราจะทิ้งเครื่องมือต่าง ๆ ให้หมดสิ้น และถ้ายังตกในความเร็วเดิม เราจะต้องสละสตราโตแล๊บกระโดดร่มชูชีพแน่ เราขอยุติการติดต่อชั่วขณะ.... เรากำลังจะเริ่ม....” ยังไม่ทันที่เลวิสจะพูดจบ ร๊อสก็ดึงสายไฟออกและคว้าเครื่องวิทยุโยนทิ้งไป...
ยังคงเหลือระยะที่สูงจากพื้นดินอีก ๔,๐๐๐ เมตร ร๊อสมองลงไปข้างล่างไม่เห็นมีภูเขาก็ค่อยโล่งใจ ในบริเวณที่ ๓๐ วา สตราโตแล๊บจะตกลงไปนั้น แทบจะไม่มีเนินเลย นอกจากต้นไม้ซึ่งขึ้นระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ.... พอถึงระยะอีกไม่กี่สิบเมตรจะถึงดิน ร๊อสก็เปิดช่องทางออกเวลาฉุกเฉิน และพอถึงนาทีสุดท้ายเสวิสก็ปล่อยบัลลูนบรรจุแกสทิ้ง สตราโตแล๊บยังคงตกเรื่อย ในที่สุด....โครม เสียงสตราโตแล๊บกระทบกับพื้นดินดังสนั่น แต่ทว่าตัวสตราโตแล๊บนั้นมั่นคงแข็งแรงและทนทานมาก มันหมุนไปครึ่งรอบแล้วหยุดนิ่ง...... นักสำรวจทั้งสองปลอดภัย เขาค่อย ๆ คลานออกมาข้างนอกสตราโตแล๊บ แต่ทว่าอากาศภายนอกหนาวมาก จำต้องกลับเข้าไปอยู่ข้างในตามเดิม
ไม่ช้าก็มีชาวนาผู้หนึ่งขับรถจี๊บมายังสถานที่ ๆ สตราโตแล๊บตกนั้น เขาทราบเรื่องการเดินทางเพื่อการค้นคว้าของนักสำรวจนี้ดี และยังนำกาแฟร้อนและแซนด์วิชมาให้ด้วย ซึ่งอาหารเหล่านี้ก็ได้ถูกต้อนรับเป็นอย่างดี ต่อมาอีกสักครู่ ก็มีเครื่องเฮลีคอปเตอร์ลงมาที่บริเวณใกล้ ๆ นั้น
และการเดินทางของนักค้นคว้าทั้งสองก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้.... ผลคือประสบความล้มเหลว แต่แน่ละที่เขาทั้งสองได้ทำสถิติไว้ใหม่คือ ขึ้นได้สูงถึง ๗๒,๐๐๐ ฟุต โดยใช้เรือเหาะเป็นพาหนะ จุดประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้คือเพื่อจะอยู่ในอากาศรอบนอกของบรรยากาศในท้องฟ้าเป็นเวลาสามชั่วโมง เพื่อดำเนินการสำรวจและศึกษาถึงความเป็นอยู่ในระดับนั้น แต่แล้วก็ผิดหวัง..... แน่นอนที่สุดที่เขาต้องทำการทดลองอีก
จากนิตยสาร "วิรธรรม" ฉบับที่ ๓๘ (๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๐)