
Chorus:
Freight train, Freight train, run so fast
Freight train, Freight train, run so fast
Please don't tell what train I'm on
They won't know what route I've gone
When I am dead and in my grave
No more good times here I crave
Place the stones at my head and feet
Tell them all that I've gone to sleep. *
When I die, Lorde, bury me deep
Way down on old Chestnut street
So I can hear old Number 9
As she comes rolling by. *
When I die, Lorde, bury me deep
Way down on old Chestnut street
Place the stones at my head and feet
Tell them all that I've gone to sleep. *
เพลงเฟรจท์เทรน แต่งโดย ลิบบ้า หรืออลิซาเบธ ค๊อตเต็น เมื่อประมาณปี 1905 ในระหว่างที่ไปตัดฟืนกับพี่ชายแถบทางรถไฟที่แชปเปล ฮิลส์, คาโรไลน่า โดยได้รับอิทธิพลจากขบวนรถตู้สินค้าที่วิ่งผ่านไป ลิบบ้าเล่าว่า "ที่บ้านเก่าซึ่งตอนนี้พังไปแล้ว ฉันกับพี่ชายต้องนั่งผ่าฟืนและตักน้ำจากบ่อข้างบ้าน ตอนตัดฟืนก็ได้ดูรถไฟไปด้วย เราโบกผ้าขนหนูผืนใหญ่ให้กับขบวนรถไฟที่ผ่านมา แล้วเราก็เห็นผ้าเช็ดหน้าหรืออะไรบางอย่างโบกไหว ๆ ออกมาจากหน้าต่างรถ"
สำหรับประสบการณ์ในการขึ้นรถตู้สินค้าจริง ๆ เธอเล่าว่า "ฉันได้ขึ้นรถตู้สินค้าครั้งแรกก็ตอนที่คุณลุงมาเยี่ยมแม่ แล้วแม่อนุญาตให้ฉันไปเที่ยวบ้านลุงที่เซ้าธ์ คาโรไลน่า พออยู่ที่นั่นได้สัก 6-8 สัปดาห์ก็เกิดอยากกลับบ้าน พอดีช่วงนั้น ลุงแกยังไม่สามารถพากลับไปส่งได้ ก็เลยจะตีตั๋วรถไฟให้นั่งกลับบ้านคนเดียว แต่เจ้าหน้าที่เห็นว่าฉันยังเล็กเกินไปที่จะเดินทางคนเดียว เพราะในระหว่างทางจะต้องเปลี่ยนขบวนรถด้วย เค้าจึงแนะนำให้ไปกับรถตู้สินค้า ซึ่งไปถึงบ้านรวดเดียวเลย ลุงก็เลยซื้อตั๋วแล้วให้ฉันได้ขึ้นไปอยู่ในรถตู้ท้ายขบวน"
เพลงเฟรจท์เทรนมีปัญหาในเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะลิบบ้าเคยร้องให้พวกซีเกอร์ฟังครั้งแรกในวอชิงตัน ดี ซี ในช่วงต้นทศวรรษ 50 ต่อมา เพ็คกี้ ซีเกอร์ ได้เอาไปเล่นให้คนในอังกฤษฟัง เลยมีศิลปินเพลงที่นั่น 2 คนนำเอาเพลงนี้ไปจดลิขสิทธิ์ในชื่อของพวกเค้า ลิบบ้าเล่าว่า "ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นมีกีต้าร์คล้องคออยู่ พอเธอร้องเพลง ฉันก็คิดในใจว่าเราต้องติดตามแล้วล่ะ นั่นเป็นเพลงที่เราเล่นนี่นา ขณะที่ฉันนั่งดูเธอร้องเพลงที่ฉันแต่ง ตอนนั้นฉันไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรืออะไรพวกนั้นเลย นั่นเป็นเหตุการณ์ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องกันขึ้น เพลงของฉันถูกเปิดทางวิทยุบ่อย ๆ ขณะที่ฉันทำงาน ฉันยังคิดเลยว่านั่นฟังยังกับเพลงเฟรจท์เทรนที่เราร้องแนะ ทุกวัน..พอทำความสะอาดเสร็จ ฉันจะเข้าไปหมุนคลื่นวิทยุหาฟังเพลงนี้และยังคิดเลยว่าเพลงของเรานะดังไปทั่วทุกแห่งเชียวนะ ถึงตอนนั้นก็ยังไม่มีใครบอกให้รู้เกี่ยวกับการจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลง ฉันเองก็ไม่คิดอะไรมาก จนกระทั่งมีคนบอกว่ามีคนขโมยเพลงของฉันไป ฉันจึงต้องไปนิวยอร์คเพื่อสู้คดี ต้องเดินทางอาทิตย์ละสองครั้งอยู่ระยะหนึ่ง ในที่สุด ผลออกมาว่าฉันเป็นฝ่ายชนะและได้ค่าลิขสิทธิ์มาส่วนหนึ่ง ซึ่งที่จริงแล้วฉันแทบจะไม่ได้อะไรเลย"
อลิซาเบธ ค๊อตเต็น (ลิบบ้า) เกิดที่แชปเปล ฮิลส์ นอร์ธ คาโรไลน่า เมื่อ ค.ศ. 1893 เธอเริ่มเล่นแบนโจมาตั้งแต่เด็ก แบนโจที่เล่นเป็นของพี่ชายซึ่งเป็นคนถนัดขวา แต่เธอเป็นคนถนัดซ้าย จึงต้องหัดเล่นโดยการจับแบนโจกลับข้าง พออายุได้ 11 ปี ก็ไปรับจ้างทำงานตามบ้าน และนำรายได้จากการทำงานมาซื้อกีต้าร์ตัวแรก การที่ลิบบ้าคุ้นเคยกับการเล่นแบนโจกลับข้างอยู่แล้ว เธอจึงใช้วิธีเดียวกันนั้นกับการเล่นกีต้าร์ ลิบบ้าแต่งเพลงไว้หลายเพลง เธอแต่งงานเมื่ออายุ 15 ปี และเป็นคุณแม่ตั้งแต่ยังสาว เธอโชคไม่ดีเพราะถูกพระในศาสนาคริสเตียนประจำโบสถ์ขัดขวางไม่ให้เล่นดนตรีโดยอ้างว่าเป็นดนตรีของพวกมาร ลิบบ้าจึงต้องวางกีต้าร์และอุทิศตัวเองให้กับการเลี้ยงดูลูก ๆ ทำงานเป็นคนซักรีด ทำครัว เช็ดถูพื้น ล้างจาน ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่หญิงผิวดำทั่วไปทำเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ทว่า... โชคชะตาเล่นตลกอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อรูธ ครอฟอร์ด ซีเกอร์ ภรรยาของชาร์ลส์ ซีเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี( บิดาของไมค์ เพ็คกี้ และพีท ซึ่งตอนหลังเป็นศิลปินโฟล์คที่มีชื่อทั้งสามคน) มาจ้างลิบบ้าไปทำงานบ้าน ลิบบ้าจึงได้มีโอกาสฟังดนตรีที่ดังกระหึ่มอยู่ในบ้านเป็นประจำ วันหนึ่งขณะที่เธอจับกีต้าร์ขึ้นมาทบทวนเพลงที่ลืม ๆ ไปบ้างแล้วอยู่ในครัว ไมค์กับเพ็คกี้เผอิญได้ยินเข้า จากนั้นตระกูลซีเกอร์ก็พากันหลงมนต์เพลงของลิบบ้า จนถึงขั้นยอมช่วยทำงานบ้านในตอนหัวค่ำแทน เพื่อจะได้เอาตัวเธอมานั่งเก้าอี้และร้องเพลงเล่นกีต้าร์ให้ฟัง เมื่อบริษัทแผ่นเสียงโฟล์คเวย์กำเนิดขึ้นมา ชื่อเสียงของลิบบ้าเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อลิบบ้าออกอัลบั้มกับบริษัทนี้ 3 ชุด คือ นิโกร โฟล์คซองแอนด์ทูนส์ม เชค ซุการี และเว็น ไอ'ม กอน ช่วงหลัง ลิบบ้ากลายเป็นศิลปินโฟล์คที่มีชื่อเสียง เธอออกแสดงในงานมหกรรมเพลงโฟล์คเกือบทุกรายการ รวมทั้งทางโทรทัศน์ และชีวิตของเธอยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์อีกด้วย